เมื่อเป็นหวัด แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องฉีดยาหรือกินยา หลายคนมักใช้วิธีรับประทานอาหารบำบัดเอง จุดสำคัญที่สุดเมื่อเป็นหวัด คือ "กินตามสภาพร่างกายและเวลา" ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาหารบำบัดสำหรับหวัดควรปรับตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ระยะป้องกัน หัวไชโป๊ว ชา หัวไชโป๊วมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ ต้านการอักเสบ และขับปัสสาวะ จึงเป็นยาธรรมชาติที่ดี ในการใช้ชีวิตประจำวัน ให้ผสมน้ำหัวไชโป๊วสดกับน้ำผึ้ง ดื่มทันที ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียวหรือชาขาววันละ 5 ถ้วยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะมีภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างมาก ช่วงเริ่มต้นของหวัด น้ำอ้อยขิง: ขิงช่วยขับเหงื่อ ขจัดความร้อนสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะขิงแก่ที่มีน้ำน้อย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้ดี ใส่น้ำตาลแดงเพื่อเติมพลังงาน แต่ขิงน้ำนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นหวัดจากลมหนาว ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นหวัดจากความร้อน หรือผู้ที่มีอาการอักเสบหรือเลือดออก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน อักเสบหรือไข้หวัดใหญ่ เมื่อมีอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหล หรือเสมหะข้นเหลือง ไข้สูง แสดงถึงอาการอักเสบ ไม่ควรรับประทานยาบำรุง เช่น โสม ตังกุย ฮ่องอู หรือมันม่วง เพราะจะยิ่งเพิ่มความร้อน ทำให้อาการแย่ลง แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ผลไม้ที่มีลักษณะเย็น เช่น แตงกวา ลูกแพร์ มีฤทธิ์ลดความร้อน สามารถใช้ "ดับไฟ" ได้ ซองซ่งต้มน้ำ: ใช้ส่วนหัวไชโป๊วสีเขียว ร่วมกับถั่วเหลืองต้มเป็นน้ำ ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว คัดจมูก และช่วยผู้ที่มีไข้
|