ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีแดง: ช่วยลดความเหนื่อยล้า และมีฤทธิ์ขจัดความเย็น ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เพิ่มความมั่นใจและวิญญาณ ทำให้รู้สึกมีพลังงาน อาหารสีแดงมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ อาหารสีแดงทั้งหลายมีธาตุเหล็กธรรมชาติสูง เช่น ลูกเชอร์รี่ ลูกเดือย ซึ่งเป็นยาธรรมชาติที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง และเหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังมีประจำเดือน ดังนั้น ผู้หญิงสามารถกินอาหารสีแดงได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น อาหารตัวอย่าง: แอปเปิ้ล ในบรรดาผักผลไม้สีแดง ชื่อเสียงที่ดีที่สุดคือแอปเปิ้ล ชาวตะวันตกมีคำพูดว่า "one apple a day, keep the doctor away" เพราะแอปเปิ้ลมีลักษณะอ่อนโยน มีวิตามินและธาตุอาหารหลากหลาย จึงถือเป็นผลไม้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด นอกนั้น อาหารสีแดง เช่น มะเขือเทศ พริกแดง แตงโม ยังเป็นยาธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวล เพราะมีเบต้าแคโรทีนและไลโคเพนสูง นอกนั้น อาหารสีแดงยังมีผลต่อการกระตุ้นทางสายตา ทำให้รู้สึกกระตือรือร้น กระตุ้นความอยากอาหาร จึงเป็นอาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีส้ม: สารสีส้มที่พบบ่อยที่สุดคือเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายจากมลพิษทางอากาศต่อร่างกาย และมีผลต่อการชะลอวัย เนื่องจากสีส้มอยู่ใกล้กับสีแดงในสเปกตรัมแสง จึงมีผลกระตุ้นจิตใจ อาหารตัวอย่าง: ผลไม้สีส้ม ผลไม้สีส้มทั้งหมดมีประโยชน์ ทั้งเปลือก น้ำ ใย ลูก ล้วนเป็นยาจีนที่แท้จริง มีฤทธิ์ช่วยระบายลม บำรุงกระเพาะ บรรเทาอาการไอ ผลไม้สีส้มมีไฟเบอร์สูง ช่วยลดความดันโลหิต เบต้า-ไซต์-ออร์บีนและรูตินมีผลเสริมสร้างผนังหลอดเลือด ช่วยเพิ่มความต้านทานของหลอดเลือดฝอย จึงช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดแข็งตัว ผลไม้สีส้มมีสารต้านมะเร็ง เช่น สารคล้ายลิโมเนน สารคล้ายฟลาโวนอยด์ สารคล้ายเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีผลป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง ฯลฯ ยังช่วยป้องกันโรคอ้วนและโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ได้ ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีเหลือง: อาหารสีเหลืองช่วยสร้างอารมณ์ดี กระตุ้นความขี้เล่น เพิ่มความแข็งแรงของระบบย่อยอาหารและตับ ช่วยขจัดสารพิษในเลือด ทำให้ผิวพรรณเรียบเนียนนุ่ม อาหารตัวอย่าง: ข้าวโพด กล้วย อาหารสีเหลือง เช่น ข้าวโพดและกล้วย เป็นเครื่องกำจัดของเสียที่ดี เพราะมีผลต่อระบบย่อยอาหารและตับ ช่วยขจัดสารพิษในเลือด ยังช่วยให้จิตใจมีสมาธิ ดังนั้น แนะนำให้ดื่มชาคาโมมิลในคืนที่จิตใจสับสน เพื่อให้ความคิดกลับมาอยู่ในสถานะที่ดี ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีเขียว: นี่คือยุคที่นิยมสีเขียว เราเห็นโฆษณาอาหารสีเขียวทุกที่ เช่น ทราบกันดีว่าอาหารสีเขียวส่วนใหญ่มีไฟเบอร์ ช่วยขจัดของเสียในลำไส้ ป้องกันอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ ยิ่งไปกว่านั้น การกินอาหารสีเขียวเป็นประจำช่วยให้ร่างกายอยู่ในสมดุลของกรด-เบส ลดความเสี่ยงของมะเร็ง ด้านจิตใจ การกินอาหารสีเขียวช่วยผ่อนคลายความเครียด ป้องกันอาการปวดศีรษะจากความตึงเครียด ข้อมูลใหม่ล่าสุดคือ อาหารสีเขียวมีประโยชน์ต่อสายตา นักโภชนาการแนะนำให้กินผักผลไม้สีเขียว ยิ่งเข้ม อย่างน้อย 4 ชนิดต่อวัน ถามตัวเองว่า คุณกินเพียงพอหรือยัง? อาหารตัวอย่าง: ผักผลไม้สีเขียวทุกชนิด ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีน้ำเงิน: อาหารสีน้ำเงินมีฤทธิ์สงบ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็อาจเกิดผลเสีย เพราะความสงบเกินไปอาจทำให้อารมณ์ซึมเศร้า ดังนั้น ควรกินอาหารสีน้ำเงินร่วมกับอาหารสีส้ม เช่น ใช้ส้มเป็นเครื่องเคียง จึงจะไม่เกิดปัญหา อาหารตัวอย่าง: บลูเบอร์รี่ ปลาขาวน้ำจืด ประโยชน์ทางอาหารของอาหารสีม่วง: ไม่ว่าจะอย่างไร การนำอาหารสีม่วงมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารก็เป็นเรื่องที่น่าดู กาบ มะเขือม่วง และสาหร่ายม่วงล้วนมีไอโอดีนสูง นักโภชนาการแนะนำว่า ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์ ควรกินสาหร่ายหรือสาหร่ายทะเลสัปดาห์ละครั้ง นอกนั้น อาหารสีม่วงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชาย เช่น หัวหอมเป็นอาหารเสริมธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ถ้าผู้ชายมีอาการอ่อนแรงบ้าง ให้จัดหัวหอมผัดพริกไทยดำบนโต๊ะอาหาร นี่คือทางเลือกที่น่าลอง อาหารตัวอย่าง: องุ่น องุ่นเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของอาหารสีม่วง ช่วยดูแลผิวและสุขภาพหัวใจได้ดี องุ่นมีวิตามินบี1 บี2 ช่วยเร่งการไหลเวียนของเลือด ผู้หญิงที่ผิวแห้ง ควรกินองุ่นมากขึ้น หรือลองทำมาสก์หน้าด้วยองุ่นและน้ำผึ้ง ซึ่งมาสก์ธรรมชาตินี้ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี ดังนั้น คนที่เหงื่อออกบ่อย ควรกินองุ่นเพื่อเติมสารอาหารที่สูญเสียไปจากการเหงื่อ ถ้าทำมาสก์หน้าด้วยองุ่น ควรเลือกองุ่นที่มีผิวหนา รสหวาน สำหรับไวน์ชั้นดี ยังมีประโยชน์ต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต ดื่มวันละหนึ่งแก้วก่อนนอน หรือใช้เป็นเครื่องเคียง ช่วยยืดอายุ
|