ในฤดูใบไม้ผลิ การตื่นจากที่นอนอุ่นสบายเป็นเรื่องยากมาก หากคุณต้องลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้าเพียงเพราะใกล้จะสายแล้ว ร่างกายและจิตใจจะหมดแรง เบื่อหน่ายตลอดวัน คุณควรเร่งสร้างพิธีกรรมการตื่นนอนให้เป็นธรรมเนียม ซึ่งจะช่วยให้คุณตื่นขึ้นมาด้วยความสุขโดยไม่จำเป็นต้องตั้งนาฬิกาปลุก การเปลี่ยนแปลงอาจทำได้ยาก แต่ลองคิดดูว่าเวลาตื่นนอนเป็นจุดเริ่มต้นของวัน หากสามารถตื่นขึ้นมาด้วยความสุขได้ วันนั้นก็คงจะมีอารมณ์ดีแน่นอน 1. ตั้งเวลาให้สม่ำเสมอ คุณคงเคยได้ยินว่าการเข้านอนให้ตรงเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าคุณทำไม่ได้ ลองเริ่มจากการตื่นนอนให้ตรงเวลาแทน ภายใน 6 สัปดาห์ จังหวะการนอนหลับของคุณจะปรับเข้ากับจังหวะทางสรีรวิทยาของร่างกายได้เอง “การมีจังหวะที่สม่ำเสมอมีความสำคัญต่อการกำหนดจังหวะชีวิต” ศาสตราจารย์แมส แห่งภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์กล่าวไว้ ดังนั้นอย่ากลับไปนอนหลับต่อ ซึ่งจะทำให้จังหวะชีวิตยิ่งสับสน พอตื่นขึ้นมาแล้ว อย่าลังเล ให้ลุกขึ้นทันที แม้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ต้องรักษานิสัยนี้ไว้ หากคุณมักจะตื่นดึกจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วนอนต่อจนเที่ยง คุณจะรู้สึกเจ็บปวดทันที และต้องร้องครางเมื่อต้องตื่นเช้าวันจันทร์ ศาสตราจารย์แมสแนะนำว่า แม้จะตื่นดึกในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็ควรตื่นตามเวลาที่กำหนด แล้วนอนหลับพักกลางวันสักเล็กน้อย แต่ก็ควรทำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2. แสงแดด หากการตื่นนอนตอนเช้าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคุณ ให้ใช้แสงแดดช่วยเหลือ แสงแดดแบบเต็มสเปกตรัมสามารถปรับระดับเซโรโทนิน (serotonin) และเมลาโทนินในเลือดได้ เมื่อรับแสงแดด สารเซโรโทนินจะเร่งกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้คืนนั้นรู้สึกง่วงนอนเร็วขึ้น และเช้าวันรุ่งขึ้นก็จะตื่นนอนเร็วขึ้นด้วย หากไม่สามารถออกไปอยู่ใต้แสงแดดได้ทันทีหลังตื่นนอน ให้เปิดประตูหรือเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามา หรือเตรียมโคมไฟสว่างไว้ พอปลุกเสียงดังขึ้น ก็เปิดไฟทันที ถ้าทำต่อเนื่อง วันหนึ่งคุณจะพบว่า คุณตื่นขึ้นมาด้วยพลังก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังเสียอีก 3. เสียง คุณเคยสังเกตไหมว่า คุณมักจะกดปุ่มปิดนาฬิกาปลุกที่ใช้มานานหลายปีได้ง่ายๆ เพราะสมองคุณคุ้นเคยกับเสียงเดิม ดังนั้น ลองใช้นาฬิกาปลุกสองสามเครื่องสลับกัน หรือใช้เพลงปลุกตัวเอง ซึ่งเพลงจะกระตุ้นการไหลเวียนของออกซิเจนและเลือดในสมอง ทำให้ร่างกายอยากเคลื่อนไหวด้วย ฟังเพลงอะไรดี? นักเขียนหนังสือ "พลังงานเต็ม 24 ชั่วโมง" แนนซี มานสัน แนะนำว่า หากต้องการฟื้นฟูพลังงาน ให้เลือกเพลงคลาสสิก เช่น โซนาต้าไวโอลินของโมซาร์ต ถ้าต้องการมีพลังงานเต็มทั้งวัน ให้เลือกเพลงแดนซ์ 4. การหายใจลึกๆ — แนะนำ: การหายใจเพื่อสุขภาพตามแนวปฏิบัติของจิ้น หลังตื่นนอน การหายใจลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น หายใจเข้าช้าๆ ราวกับดูดลมขึ้นไปถึงศีรษะ แล้วหายใจออกหมด หยุดไว้ 2 วินาที จากนั้นทำอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์ในตอนเช้า ทำให้รู้สึกสดชื่นตลอดวัน 5. น้ำ — หลังตื่นนอน ควรหาขวดน้ำดื่มทันที เพื่อให้ร่างกายรับรู้ว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นแล้ว นอกจากนี้ มนุษย์จะเหงื่อออกประมาณ 1 แก้วในระหว่างการนอนหลับ ถ้าคุณดื่มแอลกอฮอล์ในคืนก่อน ร่างกายจะรู้สึกเหมือนอยู่ในทะเลทราย ดังนั้น ดื่มน้ำก่อน แล้วไปเข้าห้องน้ำเพื่อขับของเสียออก ร่างกายจะรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก 6. กลิ่นหอม กลิ่นหอมสามารถกระตุ้นสมอง ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับรู้ ขับไล่ความง่วงและเมื่อยล้า บางคนจึงตั้งหม้อกาแฟตอนเช้าเพื่อให้กลิ่นกาแฟช่วยปลุกตัวเอง ถ้าคุณมีต้นสมุนไพรหอมบนระเบียง ให้ใส่ใบสะระแหน่ลงในน้ำที่ใช้ล้างหน้า สะระแหน่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ยังดีต่อผิวด้วย 7. รสหวาน ตอนเช้าตื่นมาแล้วรู้สึกเวียนหัว เพราะร่างกายขาดอาหารหลังจากร่างกายย่อยอาหารมาตลอดคืน สมองต้องอาศัยกลูโคสเป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีรสหวาน เช่น กล้วย แอปเปิ้ล ทันที ร่างกายจะรู้สึกดีขึ้นทันที ลองดูสิ วันใหม่ที่แสนงดงามกำลังรอคุณอยู่
|