พริกไทยเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้กันทั่วไป และมีสรรพคุณทางยา สามารถใช้เป็นอาหารสมุนไพรได้ แต่พริกไทยมีสองสี คือ ขาวและดำ แต่ละชนิดเหมาะกับการปรุงอาหารต่างกัน และมีความแตกต่างด้านโภชนาการและประสิทธิภาพอย่างไร? โดยรวม พริกไทยส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่ร้อนชื้น รสชาติเผ็ดร้อน จึงมีฤทธิ์อบอุ่น ช่วยขจัดความเย็น บรรเทาอาการปวดได้ดี พริกไทยที่เติบโตในพื้นที่ภาคใต้จะมีความร้อนมากกว่า เพราะดูดซับพลังงานความร้อนจากใต้ดินได้มาก ดังนั้น พริกไทยจากเกาะไหหลำจึงมีฤทธิ์อบอุ่นแรงที่สุด พริกไทยขาวมีคุณค่าทางยาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ใช้ปรุงรสได้น้อยกว่า รสชาติจะเผ็ดกว่าพริกไทยดำ จึงมีฤทธิ์ขจัดความเย็น กระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีกว่า ผู้ที่มีเสมหะเย็นในปอด อาจใส่พริกไทยขาวลงในซุปหมู เพื่อบรรเทาเสมหะเย็น ผู้ที่มีอาการปวดท้องบ่อย เกิดจากกระเพาะอาหารเย็น อาจใส่人参 ขาวต้น พริกไทยขาวลงในซุปหมู เพื่อช่วยอบอุ่นกระเพาะอาหาร พร้อมกับเสริมพลังงาน สำหรับการกินสลัดเย็น ควรใส่พริกไทยขาวบดเล็กน้อย เพื่อป้องกันความเย็น แพทย์แผนจีนเชื่อว่า อาหารสีดำเข้าสู่ไต ดังนั้น พริกไทยดำจึงมีฤทธิ์อบอุ่นและบำรุงไต ช่วยรักษาอาการท้องเสียตอนเช้า (เรียกว่า "โรคท้องเสียตอนเช้า") ที่เกิดจากไตและกระเพาะอาหารเย็น วิธีรักษาคือดื่มซุปหมูที่ปรุงด้วยพริกไทยดำก่อนนอน ในการปรุงอาหารด้วยพริกไทยดำ ควรระวังสองเรื่อง: 1. ห้ามต้มกับเนื้อสัตว์นานเกินไป เพราะพริกไทยดำมีน้ำมันระเหย ถ้าต้มนานเกินไป กลิ่นเผ็ดหอมจะระเหยออกไป 2. อุณหภูมิสูงจะทำให้รสชาติของพริกไทยเข้มข้นขึ้น จึงเหมาะกับการทำอาหารประเภทกระทะเหล็ก เนื่องจากพริกไทยมีความร้อนสูง รับประทานแล้วจะกระตุ้นพลังงานความร้อนในร่างกาย จึงควรกินไม่มากเกินไป ปริมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ 0.3–1 กรัม สำหรับผู้ที่มีอาการอักเสบหรือร้อนใน ควรหยุดกินพริกไทยชั่วคราว เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น
|