อาการท้องผูกเป็นปัญหาทางระบบย่อยอาหารที่พบได้บ่อยในคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ สถิติทางคลินิกระบุว่า ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี จำนวนผู้ที่มีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีความยากลำบากสูงถึง 20% ของประชากรทั้งหมด โดยเฉพาะผู้หญิงมีจำนวนเป็น 4 เท่าของผู้ชาย เพื่อแก้ปัญหานี้ หลายคนทราบดีว่าควรกินผลไม้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตามหลักการแพทย์แผนจีน ร่างกายแต่ละคนมีลักษณะต่างกัน ดังนั้น การกินผลไม้เพื่อป้องกันท้องผูกก็ควรแตกต่างกันไปด้วย ตามทฤษฎี "ลักษณะร่างกาย" ของแพทย์แผนจีน ร่างกายมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ร้อน หนาว และสมดุล ผู้ที่มีลักษณะร่างกายหนาว มักมีอาการหนาว ลิ้นคราบขาว ผู้ที่มีลักษณะร่างกายร้อน มักรู้สึกกระหาย ลิ้นคราบเหลือง หงุดหงิดง่าย ผู้ที่มีลักษณะร่างกายสมดุล ไม่มีแนวโน้มร้อนหรือหนาว ควรเลือกกินผลไม้ที่ตรงข้ามกับลักษณะร่างกาย ผู้ที่มีลักษณะร่างกายร้อน ควรกินผลไม้ที่มีลักษณะเย็น เช่น แตงกวา แตงโม มะม่วง ลูกพลับ ยูซุ แมนดาริน กล้วย หม่อน บัวบก อะโวคาโด เป็นต้น ผู้ที่มีลักษณะร่างกายหนาว ควรกินผลไม้ที่มีลักษณะร้อน เช่น ลูกเชอร์รี่ มะนาว ลูกเดือย เป็นต้น ผู้ที่มีลักษณะร่างกายสมดุล สามารถเลือกได้หลากหลาย แต่ผลไม้ที่เหมาะที่สุดคือ ลองกอง และอ้อย ในการบริโภค ควรระวังประเด็นต่อไปนี้: ① ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ห้ามกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ลูกเห็บ ลูกท้อ ลูกเดือย แตงกวา กล้วย เป็นต้น ② ผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ล บัลลังก์ วิลล์ ล้วนมีสารแทนนินสูง ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการหดตัว ผู้ที่ท้องผูกควรกินน้อยลง เพราะจะทำให้อาการแย่ลง ③ มันเทศ แม้จะไม่ใช่ผลไม้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลับปรากฏบนแผงขายผลไม้บ่อยครั้ง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขับถ่ายดีมาก ผู้ที่มีลักษณะร่างกายใดก็ตามสามารถบริโภคได้ ④ ควรกินผลไม้สด วันละ 5 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงเวลาต่างกัน แม้ท้องผูกจะพบได้บ่อย แต่ก็ควรระวังว่าอาจมีโรคที่ร้ายแรงซ่อนอยู่เบื้องหลัง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่ท้องผูกเรื้อรัง ควรไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อป้องกันอันตราย
|