โรคสะเก็ดสะบักไหล่ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "โรคสะเก็ดสะบัก" คือ โรคที่เกิดจากความเสียหายเรื้อรังของเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อไหล่ หรือบาดแผลภายนอก ทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อ รวมถึงเยื่อหุ้มข้อ ผิวข้อ สายเอ็น และกล้ามเนื้อ ลักษณะสำคัญคือ ปวดข้อไหล่ บวม และจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อ ทางการแพทย์จีนเรียกว่า "ลู่เจี้ยนเฟิง" หรือ "ข้อไหล่แข็ง" ป้องกันก่อนป่วย การป้องกันโรคควรนอนในท่าทางที่ถูกต้อง ขณะนอนแขนบนควรวางไว้ข้างหน้า หรือยกขึ้นเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการกดแขนไว้ใต้ร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หลังบาดแผลที่ไหล่ ไม่ควรยึดติดกับตำแหน่งเดิม ควรวางแขนไว้ในตำแหน่งธรรมชาติ ห้อยลง หมุนออก หรือควรยึดไว้ในตำแหน่งหันออกและยกขึ้น หากมีบาดแผลเล็กน้อย ควรให้แขนอยู่ในตำแหน่งหันออกและยกขึ้น ให้พัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะกรณีฉีกขาดของไหล่ หลังผ่าตัดบาดแผลที่ไหล่ ควรลดระยะเวลาการยึดติด ไม่ควรเกิน 3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเสื่อมของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเนื่องจากการไม่ใช้งาน หลีกเลี่ยงความหนาวเย็นและเหนื่อยล้า สอง ป้องกันการเปลี่ยนแปลงเมื่อป่วยแล้ว โรคสะเก็ดสะบักไหล่ แม้จะมีระยะเวลานาน แต่สามารถหายได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม หากไม่รักษาตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้ปวดข้อไหล่รุนแรงขึ้น ข้อจำกัดการเคลื่อนไหว นาน ๆ ไปกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่จะเสื่อมเพราะไม่ได้ใช้งาน (1)วิธีแช่และอบด้วยยาจีน ส่วนประกอบ: ชีวี, ตั่งกุ้ย, ชวเหวียน, กุ้ยจิ้ง, จิงเจี้ย, ฟางเฟิง, ซีซิน, ซางจี, ซินจินเซา, ตัวโกวซู, ไฮตงปี, ตูจิ้น, จังเซิน, เตียนมา, ลู่เซียง, หยางเหวิน นำส่วนประกอบทั้งหมดใส่ในภาชนะ ใส่น้ำจนเกือบเต็ม ต้มประมาณ 20 นาที จากนั้นใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนมาอบหรือล้างบริเวณไหล่ หลังจากนั้นหลีกเลี่ยงลม ทำวันละ 1-2 ครั้ง ยาหนึ่งชุดใช้ได้ 7 วัน หลังจากใช้ยาแต่ละครั้ง ควรเก็บภาชนะยาไว้ในที่เย็น (2)การบำบัดด้วยการฉีดเข็มทองคำ เลือกจุด: ชีวี, จูเก, ชีวีลิ่ว, หนานยู, ชีวีตั่งอี้, เตียวคู้ เป็นต้น ทำวันละ 1 ครั้ง หรือทุก 2 วัน (3)การนวด ขยับ แก้ปวด 1. การนวดจุดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ: ผู้ป่วยนั่ง แขนและข้อต่ออยู่ในสภาพผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้าง หนึ่งมือจับข้อมือข้างป่วย อีกมือใช้ปลายนิ้วมือกดจากปลายแขนไปยังส่วนใกล้ตัว เพื่อกระตุ้นจุดต่าง ๆ ให้กล้ามเนื้อคลายตัว 2. การนวดจุดเจ็บ: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้าง หนึ่งมือกดด้านบนจุดเจ็บ อีกมือนวดด้านล่างจุดเจ็บ ใช้สองมือพร้อมกัน ค่อย ๆ ย้ายลงมา ทำซ้ำ 5–10 ครั้ง 3. การคลายกล้ามเนื้อใต้รักแร้: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้าง หนึ่งมือจับแขน หนึ่งมือจับเส้นกล้ามเนื้อใต้รักแร้ ใช้แรงอย่างเหมาะสม ให้ผู้ป่วยทนได้ 4. การนวดข้อไหล่: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้าง หนึ่งมือจับข้อมือ หนึ่งมือนวดข้อไหล่ นวดด้านในก่อน แล้วตามด้วยด้านนอก แล้วต่อเนื่องไปยังหลังไหล่ ใช้แรงเริ่มเบา แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงขึ้น 5. การกดและผลักกล้ามเนื้อสะบัก: ผู้ป่วยนั่ง ทั้งสองมือจับเข่า กล้ามเนื้อหลังไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านหลัง ใช้นิ้วหัวแม่มือสองข้างผลักกล้ามเนื้อและข้อสะบัก เริ่มจากขอบสะบัก ค่อย ๆ ลงมา 6. การดึงและผลักใต้รักแร้: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อและข้อไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้าง หนึ่งมือดึงข้อมือ หนึ่งมือใช้ฝ่ามือผลักใต้รักแร้ ทั้งสองมือต้องประสานกันอย่างมีพลัง 7. การหมุนแขนหน้า-หลัง: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อข้อไหล่และข้อศอกผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านหลังข้าง หนึ่งมือรองข้อไหล่ หนึ่งมือจับข้อศอก หมุนแขนไปมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองมือต้องประสานกัน ห้ามใช้แรงมากเกินไป เพื่อป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ 8. การดึงและคลายกล้ามเนื้อแบบราบ: ผู้ป่วยนั่ง กล้ามเนื้อไหล่ผ่อนคลาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านหลังข้าง หนึ่งมือดึงข้อมือขึ้น-ลง หนึ่งมือผลักไหล่ ทั้งสองมือใช้แรงตรงข้ามกัน การนวดและขยับช่วยคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คลายกล้ามเนื้อตึง ลดการยึดติด และเคลื่อนไหวข้อได้ จึงบรรลุเป้าหมายการรักษาได้ การบำบัดด้วยกายภาพ เช่น คลื่นสั้น แสงอินฟราเรด แสงสเปกตรัม หรือการนำเข้าไอออนแว็กซ์ การบำบัดด้วยการฉีดยาปิดกั้น: ใช้สารละลายไฮโดรคอร์ติโซน 25 มิลลิกรัม ผสมกับพิวร์คาอีน 0.5% 10 มิลลิกรัม ฉีดที่จุดเจ็บ ทุกสัปดาห์ 1 ครั้ง การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟู: นอกจากวิธีข้างต้น ควรเสริมการออกกำลังกายด้วยตนเอง เช่น หมุนแขน ยกแขนขึ้น ดึงหลัง ช่วยให้หายเร็วขึ้น<สะเก็ดสะบักไหล่>
|