การนวดเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาภายนอกของแพทย์จีน โดยใช้หลักการแพทย์จีน โดยเฉพาะทฤษฎีเส้นลมปราณเป็นแนวทาง ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายมีความเชื่อมโยงกันระหว่างผิวหนังกับอวัยวะภายในผ่านเส้นลมปราณและจุดต่างๆ โรคภายในสามารถแสดงอาการออกมาที่ผิวหนังได้ ดังนั้น การนวดหรือกระตุ้นที่ผิวหนังหรือจุดต่างๆ สามารถส่ง "ข้อมูลการรักษา" ผ่านเส้นลมปราณไปยังอวัยวะที่มีโรค จึงสามารถรักษาโรคได้ การนวดมีเทคนิคที่ใช้บ่อยดังนี้: 1. การผลัก (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "ตัว") ใช้นิ้วหรือฝ่ามือกดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย ผลักไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง ใช้ได้กับศีรษะ แขน ขา หน้าอก และท้อง ช่วยขจัดลมเย็น กระตุ้นการไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการปวด คลายกล้ามเนื้อ 2. การดึง (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "ดึง") ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วอื่นๆ หรือหลายนิ้ว ดึงขึ้นจากตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย แล้วปล่อย ทำสลับกัน ใช้ได้กับคอ ไหล่ หลัง และแขนขา ช่วยเปิดรูจุด กระตุ้นประสาท ขจัดลมเย็น คลายกล้ามเนื้อ 3. การกด (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "กด") ใช้ปลายปลายนิ้วหรือฝ่ามือกดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย แล้วกดลง คงแรงไว้สักครู่ แล้วเคลื่อนเบาๆ ใช้ร่วมกับเทคนิคการนวดได้ ใช้ได้กับจุดต่างๆ ทั่วร่างกาย สำหรับการกดด้วยนิ้วใช้กับจุดต่างๆ ทั่วร่างกาย สำหรับการกดด้วยฝ่ามือใช้กับหลัง สะโพก และแขนขา ช่วยเปิดเส้นลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ ปรับสมดุลข้อต่อ 4. การนวด (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "นวด") ใช้ฝ่ามือวางบนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย แล้วนวดวนเป็นวงกลม ใช้กับท้อง หรือใช้กับตำแหน่งที่มีอาการบาดเจ็บหรือบวมมาก ช่วยบรรเทาอาการปวด ปรับสมดุลเลือดและลมปราณ ช่วยย่อยอาหาร ขจัดของเสีย 5. การนวดเบาๆ (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "นวดเบา") ใช้นิ้ว ปลายมือ หรือฝ่ามือ นวดเบาๆ วนเป็นวงกลมที่ตำแหน่งหรือจุดต่างๆ ใช้ได้กับศีรษะ หน้าอก ท้อง และแขนขา ช่วยเปิดเส้นลมปราณ ลดอาการบวม บรรเทาอาการปวด ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร 6. การถู (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "ถู") ใช้ฐานฝ่ามือ หรือส่วนนิ้วหัวแม่มือ ถูไปมาอย่างรวดเร็วบนบริเวณยาวของร่างกาย ใช้ร่วมกับสารนวด เช่น น้ำมันดอกกุหลาบ น้ำกระเทียม ฯลฯ ช่วยกระตุ้นพลังงาน ทำให้เส้นลมปราณโล่ง กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ขจัดของเสีย ขจัดลมเย็น คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด ช่วยย่อยอาหาร 7. การขยี้ (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "ขยี้") ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง คลุมแขนขาของผู้ป่วย ใช้แรงขยี้อย่างรวดเร็ว พร้อมเคลื่อนไหวขึ้น-ลง ช่วยปรับสมดุลเลือดและลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ ใช้บ่อยในแขนขา และมักใช้เป็นเทคนิคสุดท้ายของการนวด 8. การสะกิด (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "สะกิด") แพทย์จับปลายแขนขาของผู้ป่วยด้วยมือหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างรองที่ข้อต่อที่จะสะกิด (เช่น ไหล่ ข้อมือ สะโพก) ใช้ข้อต่อเป็นจุดหมุน หมุนแขนขาไปมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยคลายข้อต่อ คลายการยึดติด ฟื้นฟูการทำงานของข้อต่อ ใช้บ่อยในผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง ชา หรือเป็นโรคไหล่ติด 9. การบีบ (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "บีบ") ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือทั้งสองนิ้ว บีบมือหรือเท้าของผู้ป่วย แล้วหมุนเบาๆ ช่วยคลายเส้นลมปราณ คลายข้อต่อ ใช้บ่อยในผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง โรคกระดูกคอ หรืออาการนิ้วมือ นิ้วเท้าชา ปวด 10. การจุด (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "จุด") ใช้ปลายปลายนิ้ว ข้อต่อระหว่างนิ้ว หรือศอก จุดกดที่ตำแหน่งหรือจุดต่างๆ ของร่างกาย ค่อยๆ ใช้แรงกดลง ใช้ได้กับท้อง หลัง และแขนขา ช่วยเปิดเส้นลมปราณ ปรับสมดุลอวัยวะ บรรเทาอาการปวด ใช้กับอาการปวดท้อง ปวดแขนขา 11. การสั่น (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "สั่น") ใช้สองมือจับปลายแขนขาของผู้ป่วย ใช้แรงสั่นขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง ขนาดเล็ก ช่วยเปิดเส้นลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ คลายข้อต่อ ใช้บ่อยเป็นเทคนิคสุดท้ายของการนวด 12. การตี (ตัวอย่าง: ตัวอักษร "ตี") ใช้นิ้วมือหัวแม่มือ งอเล็กน้อย ทำให้เป็นฝ่ามือว่าง ตีเบาๆ ที่ตำแหน่งที่เจ็บปวด ใช้ได้กับคอ ไหล่ หลัง และแขนขา ช่วยคลายพลังงาน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
|