1. การกด (An Fa) เป็นการใช้นิ้วหัวแม่มือ หรือรากฝ่ามือ วางกดลงบนตำแหน่งหรือจุดต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป แล้วกดไว้ ไม่ควรทำอย่างแข็งกระด้าง เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้น ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ทางคลินิกแบ่งออกเป็น นิ้วกด ฝ่ามือกด และการกดด้วยข้อศอกโค้ง เป็นต้น การกดด้วยนิ้ว ผิวสัมผัสเล็ก ควบคุมแรงกระตุ้นได้ง่าย ไม่เพียงแต่ช่วยเปิดเส้นอุดตัน ขจัดความเย็น บรรเทาปวด แต่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ จึงเป็นเทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพที่ใช้บ่อยที่สุด เช่น การนวดจุดบนใบหน้าและดวงตา ทั้งช่วยดูแลผิวพรรณ ยังช่วยรักษาสายตาได้ การกดด้วยฝ่ามือ ผิวสัมผัสใหญ่ แรงกระตุ้นนุ่มนวล ใช้กับพื้นที่กว้างและเรียบ อย่างเช่น หลัง ท้อง ฯลฯ การกดด้วยข้อศอกโค้ง ใช้ส่วนที่โดดเด่นของข้อศอก (ส่วนหัวนกอินทรี) ดันผิวหนัง แรงกระตุ้นแรง จึงใช้เฉพาะกับกล้ามเนื้อหนาแน่น เช่น สะโพก หลังเอว ฯลฯ ขณะนวด ควรให้ส่วนที่กดแนบแน่นกับผิวหนัง ไม่เคลื่อนที่ แรงควรเพิ่มขึ้นค่อยเป็นค่อยไป ห้ามกดด้วยแรงฉีกขาด ทั่วไปจะใช้ร่วมกับการนวด (Rou Fa) สร้างเทคนิคผสม "กด-นวด" คือ เมื่อแรงกดถึงระดับลึกแล้ว ค่อย ๆ นวดเบา ๆ แบบเล็ก ๆ เพื่อให้เทคนิคมีความแข็งแรงและนุ่มนวลไปพร้อมกัน ทั้งมีแรงและอ่อนโยน 2. การนวด (Mo Fa) ใช้ฝ่ามือหรือนิ้ว ติดกับผิวหนัง ใช้ข้อมือร่วมกับแขนทำลักษณะการนวดวนเป็นวงกลมอย่างมีจังหวะ ตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกา แบ่งเป็น นิ้วโม ฝ่ามือโม หรือรากฝ่ามือโม เป็นต้น นิ้วโม ใช้นิ้วชี้ กลาง นิ้วหัวแม่มือ หรือปลายนิ้ว ติดกับตำแหน่งที่กำหนด ใช้ข้อมือเป็นศูนย์กลาง ร่วมกับฝ่ามือและนิ้ว ทำลักษณะการหมุนวนอย่างมีจังหวะ ฝ่ามือโม ใช้ฝ่ามือติดกับตำแหน่งที่กำหนด ใช้ข้อมือเป็นศูนย์กลาง ร่วมกับฝ่ามือและนิ้ว ทำลักษณะการหมุนวนอย่างมีจังหวะ รากฝ่ามือโม ใช้ส่วนใหญ่ของรากฝ่ามือ หรือส่วนเล็กของรากฝ่ามือ ทำลักษณะการนวด นิ้วต่าง ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย ข้อต่อระหว่างนิ้วและข้อต่อฝ่ามือโค้งเล็กน้อย ใช้ข้อมือแกว่งไปมา สามารถใช้ทั้งสองมือสลับกันได้ ขณะใช้เทคนิคนี้ ควรให้ข้อศอกโค้งตามธรรมชาติ ข้อมือผ่อนคลาย นิ้วและฝ่ามือตึงตามธรรมชาติ ต้องทำอย่างนุ่มนวลและสอดคล้องกัน อัตราจังหวะประมาณ 120 ครั้งต่อนาที เทคนิคนี้กระตุ้นเบา นุ่มนวล ใช้กับหน้าอก ท้อง หรือบริเวณข้างลำตัวเป็นประจำ ถ้าใช้การนวดนี้นวดท้องและบริเวณข้างลำตัวเป็นประจำ จะช่วยให้พลังงานไหลเวียน ช่วยผ่อนคลายหน้าอก ปรับระบบย่อยอาหาร กระตุ้นลำไส้ ช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้ 3. การผลัก (Tui Fa) ใช้นิ้วสี่นิ้วติดกับผิวหนัง ผลักกล้ามเนื้อขึ้นหรือข้าง ๆ แบ่งเป็น ผลักราบ ผลักตรง ผลักหมุน ผลักรวม เป็นต้น ขออธิบายเฉพาะการผลักราบ แบ่งเป็น ผลักด้วยนิ้ว ผลักด้วยฝ่ามือ และผลักด้วยข้อศอกโค้ง (1)ผลักด้วยนิ้ว ใช้หัวแม่มือ นิ้วอื่นแยกออก ผลักตามแนวเส้นลมปราณหรือขนกล้ามเนื้อ ใช้กับบริเวณไหล่ หลัง หน้าอก ท้อง สะโพก ขา เป็นต้น (2)ผลักด้วยฝ่ามือ ใช้ฝ่ามือราบกับผิวหนัง โดยเน้นที่รากฝ่ามือ ผลักไปในทิศทางหนึ่ง หรือใช้สองฝ่ามือ叠กันผลักไปในทิศทางเดียวกัน ใช้กับพื้นที่กว้าง ผลักด้วยข้อศอกโค้ง โค้งข้อศอก ใช้ส่วนที่โดดเด่นของข้อศอก ผลักไปในทิศทางหนึ่ง แรงกระตุ้นแรง ใช้เฉพาะกับกล้ามเนื้อหนาแน่น เช่น สะโพก หรือบริเวณเส้นลมปราณบลัฟฟ์ที่อยู่ด้านข้างสันหลัง ขณะใช้เทคนิคนี้ นิ้ว ฝ่ามือ หรือข้อศอกต้องแนบแน่นกับผิวหนัง แรงต้องมั่นคง ความเร็วต้องช้าและสม่ำเสมอ เทคนิคนี้ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ช่วยเพิ่มความตื่นตัวของกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และมีผลคลายกล้ามเนื้อ ทำให้เส้นลมปราณคล่องตัว 4. การจับ (Na Fa) หมายถึง การจับแล้วดึงขึ้น ใช้นิ้วหัวแม่มือ กับนิ้วชี้ นิ้วกลาง จับที่บริเวณที่ป่วยหรือจุดต่าง ๆ ใช้แรงตรงกันข้าม ดึงขึ้น-ปล่อย แล้วดึงขึ้นอีก ขณะใช้เทคนิคนี้ ข้อมือต้องผ่อนคลาย ยืดหยุ่น ใช้แรงจากผิวหนัง ต้องทำอย่างนุ่มนวล มีความต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก แรงต้องเพิ่มขึ้นค่อยเป็นค่อยไป จากนั้นลดลง ห้ามใช้แรงฉีกขาด นี่เป็นเทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพที่ใช้บ่อย ช่วยขจัดลม ขจัดความเย็น คลายกล้ามเนื้อ ทำให้เส้นลมปราณคล่องตัว บรรเทาอาการปวด ใช้กับบริเวณคอ ไหล่ แขนขา หรือจุดต่าง ๆ ใช้เป็นเทคนิคสุดท้ายของการนวดได้ 5. การนวด (Rou Fa) ใช้ผิวหนังของนิ้ว หรือฝ่ามือ ติดกับจุดต่าง ๆ ทำลักษณะการนวดวนเบา ๆ แบ่งเป็น นิ้วนวด นิ้วหัวแม่มือ ฝ่ามือ ฯลฯ ① นิ้วโน้ม ใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง หรือนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วหัวแม่มือ ติดกับจุดหรือตำแหน่งหนึ่ง ทำลักษณะการนวดวนเบา ๆ ขนาดเล็ก ② นิ้วหัวแม่มือ ใช้ส่วนใหญ่ของนิ้วหัวแม่มือ ติดกับตำแหน่งหรือจุดต่าง ๆ ทำลักษณะการนวดวนเบา ๆ ③ ฝ่ามือ ใช้รากฝ่ามือ ข้อมือผ่อนคลาย ใช้ข้อมือร่วมกับแขน ทำลักษณะการนวดวนเล็ก ๆ นี่เป็นเทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพที่ใช้บ่อย ช่วยผ่อนคลายหน้าอก ปรับพลังงาน ขจัดความอึดอัด ขจัดเลือดคั่ง บรรเทาอาการบวมปวด ใช้กับทุกส่วนของร่างกาย เช่น การนวดจุดชงวาน หรือการนวดท้องร่วมกับเทคนิคอื่น ๆ ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารได้ดี 6. การถู (Ca Fa) ใช้ส่วนใหญ่ของฝ่ามือ รากฝ่ามือ หรือส่วนเล็กของฝ่ามือ ติดกับตำแหน่งหนึ่ง ถูไปมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความร้อน วิธีนี้ช่วยเสริมพลังงานและเลือด คลายเส้นลมปราณ ขจัดลม ขจัดความเย็น ช่วยดูแลสุขภาพได้ดี 7. การจิ้ม (Dian Fa) ใช้ปลายหัวแม่มือ หรือส่วนกลางของนิ้วชี้ นิ้วกลาง หัวแม่มือ จิ้มที่ตำแหน่งหรือจุดต่าง ๆ ช่วยเปิดเส้นอุดตัน คลายเลือดคั่ง บรรเทาอาการปวด ปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะ ใช้รักษาอาการปวดท้อง ปวดขา ปวดหลัง เป็นต้น 8. การตี (Ji Fa) ใช้ด้านหลังฝ่ามือ รากฝ่ามือ ด้านเล็กของฝ่ามือ ปลายมือ หรือไม้สนตีผิวหนัง แบ่งเป็น ตีด้วยฝ่ามือ ตีด้วยด้านเล็กของฝ่ามือ ตีด้วยปลายมือ ตีด้วยไม้ ฯลฯ เทคนิคนี้ช่วยคลายเส้นลมปราณ ปรับสมดุลพลังงานและเลือด ต้องใช้แรงเร็วและสั้น ตีผิวหนังอย่างตั้งฉาก ห้ามมีการลากหรือดึง ความเร็วต้องสม่ำเสมอและมีจังหวะ ตัวอย่างเช่น ตีด้วยฝ่ามือ ใช้กับหลัง ตีด้วยฝ่ามือ ใช้กับศีรษะ สะโพก และแขนขา ตีด้วยด้านข้าง ใช้กับหลังและแขนขา ตีด้วยปลายมือ ใช้กับศีรษะ หน้าอก ท้อง ตีด้วยไม้ ใช้กับศีรษะ หลัง และแขนขา 9. การขยับ (Cuo Fa) ใช้ฝ่ามือหรือด้านข้างมือ จับที่ตำแหน่งหนึ่ง ใช้แรงตรงกันข้าม ขยับเร็ว และเคลื่อนที่ขึ้น-ลงพร้อมกัน วิธีนี้ช่วยปรับสมดุลพลังงานและเลือด คลายเส้นลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ ใช้กับแขนขาและบริเวณข้างลำตัว ขณะใช้ ต้องใช้แรงสมมาตร ขยับเร็ว แต่เคลื่อนที่ช้า 10. การบิด (Nian Fa) ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บิดมืออีกข้างหนึ่ง ทำลักษณะการบิดอย่างสมมาตร วิธีนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายข้อต่อ ใช้กับนิ้วมือ หลังมือ และนิ้วเท้า ต้องทำอย่างคล่องตัว เร็ว แรงต้องไม่แข็งกระด้าง
|