ชงถ้วยชาดอกไม้ ดูดอกไม้ที่ลอยอยู่ในน้ำ น้ำชาใสเปลี่ยนสีอย่างสวยงาม กลิ่นหอมลอยออกมาเหมือนแสงแดด ดื่มคำหนึ่ง นึกถึงท้องฟ้าของโปรวองซ์... “ชาดอกไม้” มาจาก “ชาสมุนไพร” ในตะวันตก ชาดอกไม้เรียกว่า Herbal Tea ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากสมุนไพร สมุนไพรเป็นพืชตระกูลไม้พุ่ม มีหลากหลายชนิด บางชนิดมีคุณสมบัติทางการแพทย์ กลิ่นหอม ใช้เพื่อสุขภาพ ปรุงอาหาร หรือดูแลผิว อย่างไรก็ตาม ในสังคมที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่พัฒนา สมุนไพรเป็นสูตรยาที่สำคัญในหมู่บ้าน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพมากกว่า จนถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จึงค่อย ๆ ค้นพบคุณค่าด้านความบันเทิงของชาสมุนไพร ซึ่งได้รับความนิยมในฝรั่งเศส ต่อมาในช่วงปี 1980 ได้รับการนำเข้าสู่ไต้หวัน รสชาติธรรมชาติและสุขภาพที่ดีได้รับความนิยมจากผู้คน ชาวไต้หวันจึงเรียกมันว่า "ชาดอกไม้" เพื่อแยกแยะกับชาสมุนไพรทั่วไป ในด้านวัตถุดิบ ชาดอกไม้ไม่แตกต่างจากชาสมุนไพรที่เน้นการแพทย์ แต่ในกระบวนการผลิตเพิ่มความต้องการด้านสี กลิ่น รส ลดความสำคัญของฤทธิ์ทางการแพทย์ลงเล็กน้อย “ชาที่สวยงาม” ยังเป็น “ชาที่มีประโยชน์” ชาดอกไม้สีทองอ่อน ชาดอกบัว ชาดอกกุหลาบสีม่วง ชาดอกลิลลี่สีแดงเข้ม ชาลาเวนเดอร์สีม่วงน้ำเงิน ชาดาวเรืองสีเขียว ความหลากหลายของสีในชาดอกไม้ช่วยให้ได้รับความสุขทางสายตา พร้อมกันนี้ ชาดอกไม้ยังมีสารอาหารที่หลากหลาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ สารอาหารที่พบบ่อย ได้แก่ วิตามินละลายน้ำ แร่ธาตุ ฟลาโวนอยด์ แทนนิน น้ำมันหอมระเหย สารขม ไกลโคไซด์ เป็นต้น น้ำมันหอมระเหยมีผลช่วยกระตุ้นสมอง ช่วยให้ตาสดชื่น วิตามินละลายน้ำช่วยส่งเสริมการเผาผลาญ ฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ สารขมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย แต่ละชนิดของชาดอกไม้อาจเน้นคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ชาผลไม้กุหลาบมีวิตามินซีสูงมาก คุณค่าทางโภชนาการสูง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การดื่มชาดอกไม้ อย่าดูแค่ความงามของสี ต้องเข้าใจคุณสมบัติของมัน แล้วเลือกชาดอกไม้ที่เหมาะกับตัวเอง ชาดอกไม้หลายชนิดมีผลทางสุขภาพ เช่น ดอกคาเลนเดล่า ช่วยลดความร้อน บรรเทาอาการเจ็บแผล ช่วยย่อยอาหาร; ดอกกุหลาบ ช่วยลดความร้อน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ป้องกันอาการท้องผูก; ลาเวนเดอร์ ช่วยลดความเครียด ปวดศีรษะ ป้องกันหวัด; ดอกส้ม ช่วยย่อยอาหาร นอนหลับดี ดูแลผิวสวย; ทิมิยาน ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ฆ่าเชื้อโรค; โรสมารี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สงบจิตใจ; มินต์ ช่วยลดอาการท้องอืด สงบจิตใจ; ดาวเรือง ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงตับและไต อุณหภูมิการชงไม่ควรสูงเกินไป การชงชาดอกไม้ก็มีเทคนิคเฉพาะตัว ชาดอกไม้ ครึ่งหนึ่งเพื่อชิม ครึ่งหนึ่งเพื่อชม อย่าใส่ในหม้อดิน ควรใช้หม้อแก้วใส เพื่อดูน้ำชาเปลี่ยนสีทีละน้อยจากดอกไม้ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ในการชงชาดอกไม้ อุณหภูมิควรสูงกว่าชาทั่วไปเล็กน้อย เพราะชาทั่วไปผ่านกระบวนการบด แต่ชาดอกไม้ส่วนใหญ่จะผ่านการอบแห้งก่อน ต้องระวังว่า แม้จะชงให้ได้รสชาติ แต่ควรหลีกเลี่ยงอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะสารที่มีประโยชน์ เช่น ฟีนอล ฟลาโวนอยด์ อาจสลายตัวภายใต้ความร้อนสูง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง ทั่วไปแล้ว อุณหภูมิสูงขึ้น รสขมจะมากขึ้น อาจเติมน้ำส้ม น้ำผึ้งเพื่อปรับรส ถ้าชอบรสเข้ม สามารถต้มได้ ถ้าต้องการชาผสม อย่าใส่หลายชนิดในครั้งเดียว ควรใช้ 3–4 ชนิดเพียงพอ อย่าใส่เยอะเกินไป ไม่เพียงทำให้ดูไม่ดี แต่ยังส่งผลต่อรสชาติ วิธีเลือกซื้อชาดอกไม้ ถ้าต้องการซื้อชาดอกไม้ ควรพิจารณาหลายประเด็น ก่อนอื่น ควรรู้แหล่งที่มา ควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิต ความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต่อมา ควรเลือกชาดอกไม้ที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งด้าน外观และคุณสมบัติทางโภชนาการ เพื่อเลือกที่เหมาะกับตัวเอง ข้อสุดท้าย ควรเลือกที่แห้งดี ความชื้นควรต่ำกว่า 4% เพื่อเก็บรักษาได้นาน ชาดอกไม้ทั่วไปเก็บได้ 1 ปี หลังจากนั้น คุณสมบัติทางโภชนาการและสีจะเสื่อมลง เพราะพืชสมุนไพรง่ายต่อการเกิดออกซิเดชัน สีธรรมชาติจะเสื่อมเมื่อมีความชื้นสูง หลังซื้อมา ควรเก็บในที่อากาศถ่ายเท แห้ง หรือในตู้เย็น แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดกลิ่นปนกัน กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ควรดื่มชาดอกไม้: 1. ผู้แพ้ดอกไม้ 2. หญิงตั้งครรภ์และทารก 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน
|