กินอาหารที่เป็นด่างเพื่อเพิ่มสติปัญญา นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเชื่อว่า ความเป็นกรด-ด่างของของเหลวในสมองมีความสัมพันธ์กับสติปัญญา ภายในช่วงความเป็นกรด-ด่างที่ยอมรับได้ ถ้าเป็นกรด สมองจะมีสติปัญญาต่ำ ถ้าเป็นด่าง สมองจะมีสติปัญญาสูง ซึ่งคล้ายกับเหตุผลที่เมื่อร่างกายเหนื่อยล้า สารกรด เช่น แลคติก ยูเรีย ฯลฯ เพิ่มขึ้น ทำให้ของเหลวในร่างกายเป็นกรดมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์ทำการสำรวจเด็กชาย 42 คน อายุ 6–13 ปี พบว่า เด็กที่มีค่า pH ของของเหลวในสมองมากกว่า 7.0 มีสติปัญญาสูงกว่าเด็กที่มีค่า pH น้อยกว่า 7.0 ถึง 2 เท่า นี่ถือเป็นการค้นพบครั้งแรกที่เชื่อมโยงสติปัญญาของมนุษย์กับค่า pH ของของเหลวในสมอง นักวิทยาศาสตร์เรียกการค้นพบนี้ว่า "เครื่องหมายทางเคมีของระดับสติปัญญา" เนื่องจากความเป็นกรด-ด่างของของเหลวในร่างกายสามารถควบคุมได้ผ่านการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์จึงเสนอแนวคิดว่า ควรปรับปรุงโครงสร้างอาหาร โดยกินอาหารที่เป็นด่าง เพื่อเพิ่มสติปัญญา อาหารแบ่งเป็น 3 ประเภทตามองค์ประกอบธาตุ ได้แก่ อาหารด่าง อาหารกลาง และอาหารกรด อาหารที่มีธาตุโพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม จัดเป็นอาหารด่าง เช่น ผลไม้ ผัก ถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนม สาหร่าย น้ำด่าง อาหารที่มีธาตุฟอสฟอรัส คลอรีน ซัลเฟอร์ ไอโอดีน จัดเป็นอาหารกรด เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว น้ำมัน แอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม อาหารที่มีรสเปรี้ยวไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารกรด ตัวอย่างเช่น ผลส้มมีโพแทสเซียมสูง จึงไม่ใช่อาหารกรด แต่เป็นอาหารด่าง นักวิทยาศาสตร์แนะนำว่า ควรจำกัดการกินเนื้อสัตว์ ควรกินถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนมมากขึ้น ลดการกินอาหารมัน ควรกินผักผลไม้มากขึ้น ลดการกินของหวาน ควรกินอาหารทะเลมากขึ้น วิธีการกินอาหารแบบนี้มีประโยชน์ต่อการเพิ่มสติปัญญา โดยเฉพาะเด็ก
|