วิธีกินดื่มอย่างชาญฉลาดเพื่อป้องกันเลือดข้น เลือดข้นเกินไป ทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง อาจส่งผลกระทบต่อการส่งเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ขณะที่ปริมาตรเลือดลดลง หรืออุณหภูมิผิวหนังลดลง เลือดจะข้นขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เมื่อเราดื่มน้ำให้เพียงพอ ร่างกายจะได้รับน้ำ ทำให้เลือดที่ข้นก็จะถูกเจือจางทันที ดังนั้น นอกเหนือจากการรักษาด้วยยา วิธีการดื่มน้ำอย่างถูกต้องและเลือกอาหารที่เหมาะสม สามารถช่วยเจือจางเลือดได้ ดังนั้น การดื่มน้ำอย่างถูกต้องควรเป็นอย่างไร? 1) ควรเลือกเวลาให้เหมาะสม เช่น ตอนตื่นนอน ช่วงก่อนมื้ออาหาร (ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง) และก่อนนอน ควรดื่มน้ำ 200 มิลลิลิตร 2) ควรดื่มน้ำที่มีผลเจือจางดี น้ำเค็มจะกระตุ้นให้เซลล์สูญเสียน้ำ จึงไม่แนะนำ น้ำเย็นจะกระตุ้นให้หลอดเลือดในลำไส้หดตัว ทำให้การดูดซึมน้ำเข้าสู่เลือดยาก จึงไม่ควรดื่ม น้ำบริสุทธิ์ที่ "บริสุทธิ์เกินไป" มีสถานะต่ำ ทำให้น้ำเข้าสู่เซลล์ได้เร็ว จึงไม่เหมาะกับการเจือจางเลือด น้ำที่เหมาะสมคือ น้ำอุ่น 20–25 องศาเซลเซียส หรือน้ำชาน้ำอ่อน ซึ่งมีแรงดัน ความหนาแน่น เหมือนกับเลือดและเซลล์เนื้อเยื่อ นอกจากการดื่มน้ำอย่างถูกต้อง อาหารบางชนิดก็มีฤทธิ์เจือจางเลือดได้ เช่น หูฉลาม หัวหอม พริกหยวก เห็ดหอม ราสเบอร์รี่ แตงโม มะนาว สามารถยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ป้องกันการแข็งตัวของเลือด มะเขือเทศ องุ่นแดง ส้ม ขิง มีฤทธิ์คล้ายยาแอสไพรินที่ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด ขิง แครอท วิลล์ บัตเตอร์นัท สาหร่าย สาหร่ายทะเล ข้าวโพด งา มีผลลดไขมันได้ ดังนั้น คนที่มีเลือดข้นควรดื่มน้ำและเลือกอาหารตามวิธีข้างต้น อาหารในชีวิตประจำวันควรเป็นอาหารที่ไม่เผ็ดร้อน ลดอาหารที่มีไขมันสูง แป้งสูง น้ำตาลสูง (เพราะน้ำตาลสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้) ควรกินปลา ผักสด ผลไม้ ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่ว ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเจือจางเลือดได้
|