1. ใช้ข้าวโอ๊ต 50 กรัม ต้มเป็นข้าวต้มตามวิธีปกติ จนใกล้สุก ใส่เห็ดที่ล้างสะอาดแล้วหั่นเป็นเส้นหรือชิ้นเล็ก 10 กรัม ต้มจนข้าวสุก รับประทานได้ ช่วยรักษาอาการคลื่นไส้จากกระเพาะร้อน ท้องเสียจากลำไส้ร้อน หรือไม่อยากอาหาร 2. ใช้เห็ดสด 6 กรัม ปลาไหลสด 1 ตัว ต้มด้วยน้ำสะอาด ไม่ใส่เกลือ ต้มจนสุก รับประทานปลาและดื่มน้ำต้ม ช่วยรักษาอาการผื่นคันจากหัดที่ไม่ขึ้นหรือขึ้นช้าในเด็ก 3. ใช้เห็ด 10 กรัม ต้มเป็นน้ำ รับประทานวันละ 1 ครั้ง ช่วยรักษาโรคหลอดลมเรื้อรัง ไอ มีเสมหะ 4. ใช้เห็ดอบแห้ง บดเป็นผง ดื่มกับน้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 กรัม ช่วยรักษาเลือดออกทางช่องคลอดจากมดลูก อาการเลือดออกที่ลำไส้ หรือเลือดออกที่ทวารหนัก 5. งานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่พบว่า เห็ดมีสารกระตุ้นการสร้างอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้างอินเตอร์เฟอรอนได้ จึงมีผลดีต่อการรักษาไวรัสตับอักเสบ ไวรัสสมองอักเสบ ฯลฯ 6. นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้แยกสารโพลีแซคคาไรด์จากเห็ด ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง สามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอดได้ในระดับหนึ่ง 7. ยาเม็ดจากน้ำต้มเห็ดสดสามารถรักษาโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือติดต่อได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคตับควรกินเห็ด 8. เห็ดมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือด สารเอนไซม์ไลซินและไทโรซีน ที่อยู่ในเห็ดมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต จึงถือว่าเห็ดเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจหลอดเลือด นอกจากนี้ เห็ดยังมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการท้องอืด ควรกินเห็ด เพราะเห็ดมีเอนไซม์ต่าง ๆ เช่น โปรตีเอส ที่ช่วยย่อยโปรตีนและไขมัน งานวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า น้ำสกัดจากเห็ดมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียสเตรปโทคอคคัส ทองแดง แบคทีเรียไทฟอยด์ และเอชีริเชีย โคลี
|