หลังฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นสบาย หลายคนรู้สึกหมดแรง ง่วงซึม ทำอะไรก็ไม่สนใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในเมืองนี้เตือนว่า ช่วงก่อนหน้าที่อุณหภูมิสูง ความชื้นสูง ความกดอากาศต่ำ ทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากเกินไป ถ้าไม่ปรับตัว อาจเกิดอาการ "อ่อนล้าทางอารมณ์" คำแนะนำด้านสุขภาพ: การดูแลสุขภาพในฤดูใบไม้ร่วง ต้องอาศัยความฉลาด [กรณีศึกษา] หลี่กัง ยังคงใช้พฤติกรรมนอนดึกเหมือนฤดูร้อน ตื่นเช้ายาก ทำงานไม่มีแรง ทำงานไม่ตื่นตัว มองรอบตัวเพื่อนร่วมงานหลายคนก็เหมือนกัน ดูเหนื่อยล้า [ผู้เชี่ยวชาญระบุ] ช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจัด ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะตื่นตัวตลอดเวลา บางคนมีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย ซึ่งเรียกว่า "อาการร้อนในทางอารมณ์" ขณะเปลี่ยนฤดู ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ต้องปรับอารมณ์จากภาวะตื่นตัวมาเป็นภาวะสงบ กระบวนการนี้ต้องใช้พลังงานอีกครั้ง ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า ง่วงซึม ซึ่งส่งผลต่อชีวิตประจำวันและงาน เพื่อหลุดพ้นจากอาการ "อ่อนล้าทางอารมณ์" หลังฤดูใบไม้ร่วง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำดังนี้: 1. นอนหลับให้เพียงพอ ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนดึกในฤดูร้อน พยายามเข้านอนก่อน 10 โมงเย็น และตื่นเช้า พร้อมเข้าสู่สถานะ "เตรียมพร้อม" ล่วงหน้า เพื่อป้องกันอาการง่วงในตอนทำงาน พร้อมทั้งนอนหลับพักกลางวันเล็กน้อยเพื่อช่วยลดอารมณ์ง่วงซึม 2. อาหารควรเป็นแบบเบา อาหารมันจะสร้างสารกรดในร่างกาย ทำให้รู้สึกง่วง จึงควรกินน้อยลง ควรกินผลไม้ ดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยให้ตื่นตัว 3. ควรออกกำลังกายให้มากขึ้น ต้องมีพลังงานเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายผ่านช่วงเปลี่ยนฤดูได้อย่างไม่มีอาการ 4. ปลูกต้นไม้ในห้อง อาการง่วงซึมในฤดูใบไม้ร่วงเกี่ยวข้องกับการขาดออกซิเจนในร่างกาย จึงควรปลูกต้นไม้สีเขียว เช่น ต้นอีร์กาน ต้นยาง ต้นวิลล์ ในห้อง เพื่อปรับปรุงอากาศ ช่วยเพิ่มออกซิเจน
|