โรคกลัวมักเกิดจากความขาดแคลนความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่น่ากลัว แสดงออกโดยการรู้สึกไม่มีอำนาจตอบโต้เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ฉับพลัน รู้สึกตกใจสุดขีด หรือเมื่อต้องพบปะผู้คน รู้สึกกลัว ขี้อาย ขาดความมั่นใจ และมีแนวโน้มสงสัยตนเอง ตามที่ ดร.จง อั่นเมย รองหัวหน้าแผนกแพทย์จิตเวชและจิตวิทยา โรงพยาบาลกวางอันเหมิน สถาบันแพทย์แผนจีนแห่งประเทศจีน กล่าวไว้ว่า โรคกลัวในระยะแรกจะส่งผลต่อตับ ในระยะต่อมา มักเกิดจากภาวะขาดน้ำเหลืองของตับและไต หรือภาวะขาดพลังงานของตับ ม้าม และไต โรคกลัวมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางจิตใจและสังคมอย่างมาก แสดงออกในด้านการรับรู้ อารมณ์ ร่างกาย และพฤติกรรม จึงควรรักษาทั้งจิตใจและร่างกาย ผ่านการแทรกแซงทางจิตใจ ปรับเปลี่ยนความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลและอารมณ์ลบ พร้อมทั้งเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยควบคุมจิตใจ ปรับปรุงอาการทางร่างกาย ทำให้หกอวัยวะทำงานได้อย่างราบรื่น ร่างกายและจิตใจกลับมาสมดุล ร่างกายแข็งแรงและจิตใจดี ในทางแพทย์แผนจีน การแทรกแซงทางจิตใจเพื่อรักษาโรคกลัวมีวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ วิธีการขัดขวางอารมณ์ด้วยอารมณ์ตรงข้าม วิธีอธิบายเพื่อปลุกจิตใจ วิธีการแนะนำด้วยสัญญาณ วิธีการเปลี่ยนอารมณ์ วิธีการปรับความคิดและพฤติกรรม วิธีการฝังเข็ม ฯลฯ แล้วผู้ป่วยโรคกลัวควรปรับจิตใจของตนเองอย่างไร? ก่อนอื่น ควรพยายามมีความคิดที่สมเหตุสมผล ฝึกเรียนรู้มองปัญหาจากความจริง ขณะที่เกิดความกลัว ควรสงบใจ คิดว่าอะไรเป็นต้นเหตุของความกลัว? วัตถุประสงค์ของความกลัวคืออะไร? ความกลัวนี้เกิดจากเหตุการณ์จริงหรือเกิดจากความคิดในใจ? คุณคิดว่าคนอื่นรู้สึกกลัวเหมือนคุณไหม? คุ้มค่าหรือไม่ที่จะกลัว? เพื่อเปลี่ยนความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลของตนเอง ผู้ป่วยโรคกลัวจำนวนมากกังวลเกินไปเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้อื่น กลัวที่จะพบปะผู้คน ทัศนคตินี้จะกดทับศักยภาพในการแสดงออกของตนเอง ส่งผลให้จิตใจอ่อนล้า ความรู้สึกต่ำต้อย รู้สึกโดดเดี่ยว จนอาจกลายเป็นโรคกลัวการพบปะผู้คน วิธีแก้ไขความขี้อาย คือ เพิ่มความตระหนักในความเป็นอิสระ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเอง ให้คุณค่ากับความเชื่อมั่นในตนเอง อย่าใส่ใจว่าคนอื่นจะยอมรับหรือไม่ ควรเชื่อมั่นในตนเอง ปลดปล่อยภาระ มองโลกอย่างถูกต้อง ลดความกังวล กล้าเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ หรือการพูดคุยครั้งหนึ่ง ผู้ป่วยโรคกลัวหลายคนมีลักษณะชอบสงสัย ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และทำลายสุขภาพจิตและร่างกาย อาจทำให้รู้สึกหมดหวัง หรือในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงได้ ความสงสัยเกิดจากลักษณะนิสัยที่เงียบขรึม ง่ายต่อการโกรธ ผู้ป่วยมักรู้สึกไม่มั่นคง วิธีแก้ไขความสงสัย คือ สร้างบรรยากาศทางสังคมที่ดี ปลูกฝังความสนใจในชีวิตที่สูงส่ง ใช้พลังงานหลักไปกับงานและการเรียนรู้ ทำดีเพื่อผู้อื่น ความสุขที่ลืมความกังวลเป็นวิธีบำบัดโรคกลัวได้ดีเยี่ยม
|