คุณแม่ที่เลี้ยงลูก อาจสังเกตได้ว่า ลิ้นของลูกมีลักษณะลอกออกไม่สม่ำเสมอ ดูเหมือนแผนที่ ซึ่งทำให้คุณแม่กังวล ไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร หรือบางคนอาจไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่ศาสตราจารย์หวังอิงลิน แพทย์แผนจีนจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนปักกิ่ง ได้เตือนคุณแม่ อย่ามองข้ามลิ้นแผนที่ของลูก ตามที่ศาสตราจารย์อธิบาย ลิ้นแผนที่เป็นอาการที่พบบ่อยในเด็กอายุ 4–5 ขวบ ลิ้นแผนที่มักไม่ทำให้เจ็บปวดมาก แต่ร่วมกับอาการเช่น ไม่รับประทานอาหารดี ผอม หน้าเหลือง ออกเหงื่อตอนกลางดึก นอนไม่หลับ ท้องอืด หรือท้องผูก หรือมีอาการง่ายต่อการเป็นหวัด สาเหตุของลิ้นแผนที่อาจเกิดจากภาวะขาดวิตามิน หรือการอักเสบของลิ้น แพทย์แผนจีนเชื่อว่า สีและความหนาของลิ้นสามารถสะท้อนระดับของพิษ ความรุนแรงของโรค แต่การมีหรือไม่มีลิ้นบ่งชี้ถึงพลังงานของม้าม ซึ่งม้ามเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานหลักของร่างกาย ดังนั้น ลิ้นที่มีลักษณะลอกออก บ่งชี้ว่าพลังงานของม้ามอ่อนแอ ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยที่มีลิ้นแผนที่ แสดงว่ามีภาวะหยินม้ามอ่อนแอ หรือพลังงานม้ามอ่อนแอ เมื่อเห็นลิ้นลอกออกเป็นรูปแผนที่ ลอกเป็นแผ่นต่างกัน ขอบลอกสูง ผิวที่ลอกออกเป็นสีแดง ต่างจากสีลิ้นเดิม บ่งชี้ว่าเป็นภาวะหยินม้ามอ่อนแอ ถ้าขอบลอกไม่สูง ผิวที่ลอกออกเรียบเหมือนกระจก ลักษณะสีใกล้เคียงกับสีลิ้นเดิม บ่งชี้ว่าเป็นภาวะพลังงานม้ามอ่อนแอ ลิ้นแผนที่ของเด็กมักเกี่ยวข้องกับโรคระบบย่อยอาหาร ดังนั้น การรักษาลิ้นแผนที่ ต้องรักษาและปรับปรุงระบบย่อยอาหารร่วมกับการรักษาลิ้นแผนที่ คุณแม่ที่เห็นลูกมีลิ้นแผนที่ ควรใส่ใจเรื่องอาหารและการดูแลเป็นพิเศษ ประการแรก ลิ้นแผนที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการของเด็ก บางครั้งเกิดจากภาวะขาดวิตามินหรือธาตุอาหาร จึงควรกินผัก ผลไม้สด และอาหารที่มีโปรตีน เช่น ปลา เนื้อ ไข่ ถั่ว เด็กที่มีลิ้นแผนที่ ไม่ควรกินอาหารทอด รมควัน หรือมัน เช่น ขนมปังทอด ไข่กระทะ ขนมปังทอด หมูปิ้ง อาหารรสเผ็ด เช่น พริก ขิง พริกไทย ข่า กระเทียม หมู หมูป่า หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่มีไขมันสูง ควรหลีกเลี่ยง สำหรับเด็กที่มีภาวะหยินม้ามอ่อนแอ จะมีอาการ รู้สึกหิวแต่ไม่รับประทานอาหาร กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำเย็น ท้องแห้ง นอนหลับแล้วเหงื่อออกตอนกลางดึก ควรกินอาหารที่บำรุงหยิน ช่วยเพิ่มน้ำในร่างกาย เช่น ข้าวโอ๊ต แป้งข้าวสาลี ข้าวหลากหลายชนิด ถั่ว ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่ว ควรกินนม ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา ซึ่งมีโปรตีนสูง มีธาตุอาหารหลากหลาย แต่ไขมันต่ำ ให้สารอาหารครบถ้วน ไม่ทำให้ร่างกายร้อน ควรกินผักผลไม้ให้มาก โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินหลากหลาย เช่น แอปเปิ้ล น้ำตาล กล้วย ลูกพรุน ลูกเกด แตงโม สำหรับเด็กที่มีภาวะพลังงานม้ามอ่อนแอ จะมีอาการ ไม่รับประทานอาหาร ผอม หมดแรง หรือหายใจถี่เมื่อเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็เหงื่อออกมาก หายใจไม่ค่อยออก ท้องอืด ถ่ายอุจจาระบ่อย หรือถ่ายเป็นก้อน นอนหลับแล้วเห็นตา น้ำลายไหล ใบหน้าซีดหรือเหลือง ร่วมกับลิ้นแผนที่ ควรให้กินอาหารที่ช่วยเสริมพลังงานม้าม เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโพด ถั่ว ถั่วเขียว ถั่วแดง ลูกเดือย ลูกเกด ซึ่งช่วยเสริมพลังงานม้าม และช่วยปรับระบบย่อยอาหาร สามารถทำเป็นข้าวต้มกินได้ ทั้งสะดวกสำหรับเด็ก ง่ายต่อการรับประทาน และช่วยอุ่นร่างกาย ปรับสมดุลพลังงานม้าม ศาสตราจารย์หวังเตือนคุณแม่ ควรรักษาสุขอนามัยช่องปากของเด็กให้ดี หลังอาหารควรล้างปาก ก่อนนอนควรล้างปากด้วยน้ำเกลืออ่อน ๆ สำหรับเด็กที่ม้ามไม่ดี ควรระวังอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด อาหารที่กินยาก ลดการกินของว่าง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป หลีกเลี่ยงของเย็นหรือของแช่แข็ง ควรเพิ่มชนิดและปริมาณของผลไม้ ควรกินผักมากขึ้น โดยเฉพาะผักสีเข้ม แดง หรือสีเข้ม
|