แพทย์แผนจีนตรวจโรคโดยใช้เทคนิค 4 ประการ ได้แก่ ดู ฟัง ถาม และสัมผัส ซึ่งการดูเป็นขั้นตอนแรก ประกอบด้วยการดูสภาวะจิตใจ ดูสีหน้า ดูลิ้น ดูสีลิ้น ดูริมฝีปากและเล็บ ฯลฯ ซึ่งเป็นภาพรวมที่ผู้ป่วยมอบให้แพทย์ในครั้งแรก ซึ่งมีความสำคัญต่อการประเมินข้อมูลจาก 3 ขั้นตอนถัดไป จากมุมมองแพทย์แผนจีน สีหน้าที่แตกต่างกัน หรือลักษณะสีและโครงสร้างของลิ้น แสดงถึงโรคต่างกัน เช่น ใบหน้าเหลือง บ่งชี้ว่าม้ามและลำไส้ไม่สมดุล ระบบย่อยอาหารไม่ดี ใบหน้าบวม ผิวหน้าดำ บ่งชี้ว่ามีปัญหาที่ไต ใบหน้าซีด พบบ่อยในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง ใบหน้าแดง บ่งชี้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ใบหน้าสีน้ำเงิน บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรคตับ ลิ้นโต ขอบลิ้นมีรอยกัด บ่งชี้ว่าม้ามอ่อนแอ ปลายลิ้นแดงมีตุ่ม บ่งชี้ว่าหัวใจมีไฟสูง ลิ้นขาวเหนียว บ่งชี้ว่าร่างกายมีความร้อน ลิ้นดำ บ่งชี้ว่ามีปัญหาที่ไต ผู้ป่วยบางรายมีนิสัยทาเล็บสี แต่ต้องถอดสีก่อนมาตรวจ เพราะผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือด อาจมีเล็บสีจางหรือขาว ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือระบบหายใจอาจมีเล็บสีม่วง ซึ่งต้องสังเกตผ่านการดู รวมถึงการสังเกตว่า ดวงตาหรือเปลือกตาบวมหรือไม่ มีถุงใต้ตาหรือไม่ ริมฝีปากมีสีอย่างไร มีสีแดงที่ขมับหรือไม่ ผู้ป่วยมีสติหรือไม่ ตอบสนองช้าหรือไม่ ฯลฯ แพทย์ต้องสังเกตอย่างละเอียด แล้วจึงวิเคราะห์ร่วมกับ 3 ขั้นตอนถัดไปเพื่อสรุปผลอย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ ขอแนะนำให้ผู้ป่วยที่มาตรวจแพทย์แผนจีน อย่าแต่งหน้า อย่าทาเล็บสี อย่ากินอาหารที่ทำให้ลิ้นเปลี่ยนสี (เช่น ลูกพรุน ราสเบอร์รี่ มะพร้าว ฯลฯ) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการวินิจฉัยโรค
|