ทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน เป็นช่วงที่ผักป่าออกผลมาก ผู้คนในเมืองที่เบื่ออาหารจานหนัก ควรกินผักป่าในช่วงนี้เพื่อส่งเสริมสุขภาพได้อย่างดี จีนโบราณมีคำพูดว่า "การแพทย์และอาหารมีแหล่งที่มาเดียวกัน" ซึ่งปรากฏชัดในผักป่า ผักป่ามีสารชีวภาพหลากหลาย ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคติดเชื้อและมะเร็ง; ฟลาโวนอยด์ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์; ซาโปนินมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ต่อไปนี้คือ 10 ชนิดของผักป่าที่พบได้บ่อยในตลาด แต่คุณรู้ไหมว่า คุณค่าทางอาหารของมันคืออะไร? ผักแม่เหล็กช่วยรักษาเบาหวาน ผักแม่เหล็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แม่เหล็ก" หรือ "ผักชีวิญญาณ" มักมีสีแดงน้ำตาล ใบหนา รูปร่างคล้ายรูปไข่คว่ำ ชื่อมาจากลักษณะคล้ายฟันม้า ผักนี้มีโปรตีน ไขมัน วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆ มากมาย ด้วยสารกรดที่มีอยู่มาก จึงทำให้รับประทานแล้วรู้สึกเปรี้ยวเล็กน้อย สรรพคุณทางยาของผักแม่เหล็กคือ ขจัดความร้อน ขจัดพิษ ช่วยหยุดเลือด ด้วยสารเอพิเนฟรินที่มีอยู่มาก ซึ่งช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน ควบคุมกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด คงระดับน้ำตาลให้คงที่ จึงมีผลต่อการรักษาเบาหวาน ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิด 3-W ซึ่งช่วยยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด วิธีรับประทานหลากหลาย เช่น ลวกแล้วผัด หรือทำสลัด หรือใส่ในไส้ ตัวอย่างเช่น ผักแม่เหล็กผัดไข่ ขนมปังไส้ผักแม่เหล็กต้ม หรือต้มข้าวต้มผักแม่เหล็กกับกระเทียมเพื่อขจัดพิษ บรรเทาอาการท้องเสีย กินผักปุยช่วยบำรุงตับ ผักปุย หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปุยตง" หลายคนเคยเห็นในธรรมชาติ ดอกของมันมีวิตามิน ไขมันไม่อิ่มตัว ใบและกิ่งมีเบติลีน กรดอะมิโน และธาตุอาหารต่างๆ คุณสมบัติหลักของผักปุยคือ ขจัดความร้อน ขจัดพิษ ลดการบวม ขับปัสสาวะ ทำงานได้กว้างขวางต่อแบคทีเรีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยกระตุ้นตับและป้องกันตับ ลวกแล้วกินสด ผัด หรือทำซุปได้ เช่น ผักปุยคลุกกับปลาหมึก ผัดผักปุยกับเนื้อสัตว์ หรือผสมกับชาเขียว ขิง น้ำผึ้ง ทำเป็นชาที่ช่วยขจัดพิษ ลดบวม ผักปุยชา ผักขมช่วยยับยั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผักขม หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กูชีไจ" หรือ "กูชีไจ" ลำต้นสีเหลืองขาว ใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ผิวใบสีเขียว ด้านหลังสีเทาเขียว ดอกสีเหลืองสด ผักขมแห้งมีแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ฯลฯ ผักขมช่วยขจัดความร้อน ขจัดความชื้น ลดการบวม ขจัดพิษ ช่วยหยุดเลือด สารสกัดจากผักขมที่ต้มแล้ว浓缩ด้วยแอลกอฮอล์ สามารถยับยั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟบลาสต์เฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันและเรื้อรัง วิธีรับประทานที่พบบ่อย เช่น ผักขมคลุกกระเทียมสับ ผักขมคลุกซอสถั่ว หรือผัดผักขมกับตับหมู ผักเฟิร์นช่วยสงบประสาท ผักเฟิร์น หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เฟิร์นเออร์" หรือ "หัวมังกร" เป็นผักป่าที่พบได้บ่อย ใบผักเฟิร์นที่ม้วนเป็นเกลียว แสดงว่าอ่อนนุ่ม ถ้าแก่แล้วใบจะขยายตัวออก ผักเฟิร์นช่วยขจัดความร้อน ล้างลำไส้ ลดลม ขจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ ช่วยสงบประสาท แต่ผักเฟิร์นแห้งหรือผักเฟิร์นที่เค็มไว้ควรแช่น้ำก่อนรับประทาน เพื่อให้กลับมาเป็นของเดิม วิธีรับประทานที่พบบ่อย เช่น ผัดเฟิร์นกับเนื้อหมู ผัดเฟิร์นกับหมูหั่น หรือสลัดผักเฟิร์น กิ่งกฤษณาช่วยต้านแผลในกระเพาะอาหาร กิ่งกฤษณา หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เมิงเยี่ย" หรือ "ซังซาน" ชาวเกาหลีเรียกว่า "โดลาคี" ยอดของกิ่งกฤษณาสามารถออกดอกสีน้ำเงินเล็กๆ ที่เราทานกันมักเป็นรากของกิ่งกฤษณา ซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดเสมหะ บรรเทาอาการไอ บรรเทาอาการปวด ลดไข้ สงบประสาท ลดน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ ต้านแผลในกระเพาะอาหาร ต้านมะเร็ง และต้านเชื้อแบคทีเรีย กินผักชีฝรั่งเพื่อเสริมพลังงานและบำรุงม้าม ผักชีฝรั่งออกดอกในช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน พบได้ทั่วไปตามขอบนา ร่มเงาของดอกผักชีฝรั่งสีขาว คุณสมบัติทางอาหารหลักคือ ขจัดเลือด หยุดเลือด บำรุงม้าม ขจัดความร้อน ขจัดความชื้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรเก็บยอดอ่อนหรือยอดที่อยู่ในฤดูหนาว ลวกแล้วกินเป็นสลัด หรือใช้เป็นน้ำจิ้ม ทำซุป ใส่ไส้ หรือผัดก็ได้ ยังสามารถต้มเป็นข้าวต้มผักชีฝรั่งที่อร่อยได้ ช่วงอากาศร้อนควรกินผักกินกินมากขึ้น รากผักกินกินมักมีสีม่วงหรือสีม่วงอ่อน ลำต้นมีเส้นแนวนอน บางครั้งมีลายสีเขียวหรือม่วงอ่อน ใบเป็นรูปไข่ ผักกินกินที่เรากินกันมักเป็นยอดอ่อน ซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดความร้อน ขจัดปัสสาวะ ขจัดพิษ ช่วยบำรุงร่างกาย นอกเหนือจากการผัด คลุกสลัด ทำซุป ยังใช้เป็นไส้ได้ เช่น ผักกินกินคลุกสลัด ผักกินกินกับเนื้อไก่ หรือผักกินกินกับซุปเป๋อ ผักน้ำช่วยลดความดันโลหิต ผักน้ำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ผักน้ำ" หรือ "เฮ่อเชิน" ลำต้นมีช่องว่าง ใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกสีขาว พบได้บ่อยในที่ชื้น เช่น ริมบึง ริมแม่น้ำ หรือนาข้าว ผักน้ำมีคุณสมบัติในการขจัดความร้อน ขจัดพิษ ช่วยให้ปอดชุ่มชื่น บำรุงม้ามและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร ขจัดความอุดตัน ขับปัสสาวะ หยุดเลือด ลดความดันโลหิต ต้านไวรัสตับอักเสบ ต้านภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และต้านเชื้อแบคทีเรีย วิธีรับประทานที่พบบ่อย เช่น ผัดเนื้อหมู กับผักน้ำ ซุปผักน้ำกับเนื้อแกะ หรือผักน้ำคลุกถั่วเหลือง หน่อไม้หนามช่วยบำรุงไตและเสริมพลังงาน หน่อไม้หนาม หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ซีหลงยา" หรือ "เลี่ยงตงซวงมู" พบได้ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่โล่ง ไม่ใช่พืชตระกูลหญ้า แต่เป็นพืชไม้ ผิวต้นเป็นสีเทา มีหนามแข็งใหญ่ ดอกสีเหลืองขาว ผลเป็นผลกลมสีดำ รูปทรงเหมือนผลเบอร์รี่ ส่วนที่กินได้ของหน่อไม้หนามคือหน่ออ่อน ซึ่งมีคุณสมบัติในการเสริมพลังงาน กระตุ้นเลือด ขจัดลม ขจัดความชื้น บรรเทาอาการปวด บำรุงไตและเสริมพลังงาน หัวหอมเล็กช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว หัวหอมเล็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เซียวเป่ย" หรือ "หัวหอมเล็ก" ใบและลำต้นคล้ายหัวหอม แต่มีกลิ่นเหมือนกระเทียมและหัวหอม คุณสมบัติคือ ขจัดความร้อน กระตุ้นพลังงาน ขจัดความอุดตัน บรรเทาอาการท้องเสีย และยับยั้งการเพิ่มขึ้นของไขมันอิสระในเลือดของผู้ป่วยไขมันสูง ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว วิธีรับประทานหลักๆ ได้แก่ หัวหอมเล็กคลุกเนื้อวัว หรือต้มข้าวต้มหัวหอมเล็กกับเห็ดขาว
|