ในผลไม้ฤดูใบไม้ร่วง มะละกอถือว่าเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยปกติจะมีน้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัม ผลไม้ชนิดนี้สุกในช่วงปลายเดือนแป้งของปีจีน (ประมาณกลางเดือนสิงหาคม) ผิวหนังหนา ทนทาน จึงมีชื่อเล่นว่า "กระป๋องผลไม้ธรรมชาติ" คุณค่าทางโภชนาการของมะละกอสูงมาก มีโปรตีน กรดอินทรีย์ วิตามิน และธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม ซึ่งเหนือกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้มาก มะละกอ 100 กรัม มีโปรตีน 0.7 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม แคลอรี่ 57 กิโลแคลอรี่ มะละกอไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยให้ปอดสดชื่น บำรุงเลือด ช่วยขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยให้แผลหายเร็ว และมีผลดีต่อโรคเลือดออก โรคเลือดเป็นพิษ เป็นต้น นอกจากนี้ มะละกอที่มีสารพิเศษอย่างพีโอไดน์ ช่วยลดความหนืดของเลือด ลดการเกิดลิ่มเลือด จึงมีผลดีต่อโรคหลอดเลือดสมอง เช่น ลิ่มเลือดในสมอง โรคอัมพาต ฯลฯ ทั้งยังมีสารที่คล้ายกับอินซูลินในเนื้อผลไม้สด จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นพิเศษ เคล็ดลับสุขภาพ: ดูแลโภชนาการเพื่อต่อต้าน "ลมร้อนฤดูใบไม้ร่วง" แพทย์แผนจีนเชื่อว่า มะละกอมีรสหวานเปรี้ยว ธรรมชาติเย็น มีฤทธิ์ช่วยระบายลม ขจัดเสมหะ ช่วยให้ปอดสดชื่น ขับถ่าย บำรุงเลือด บำรุงม้าม ช่วยรักษาอาการไม่ค่อยอยากกิน ปากแห้ง ระบบย่อยอาหารไม่ดี ช่วยย่อยอาหาร ขจัดเสมหะ บรรเทาความกระหาย และช่วยกระจายอาการอุดตัน ผู้ที่มักเป็นหวัด ไอ หรือมีอาการแพ้ทางเดินหายใจ สามารถใช้มะละกอสด 1 ลูก คงผิวไว้ แกะเมล็ดออก ผสมกับเห็ดเป๋อ ต้นเบิ้ม ดอกบัวขาว 1 หยด (50 กรัม) และน้ำผึ้งจำนวนหนึ่ง (ควรเลือกน้ำผึ้งที่ช่วยบำรุงปอดและบรรเทาอาการไอ) ต้มเป็นเวลา 1 วัน รับประทานเป็นประจำ จะช่วยเสริมสร้างปอดให้แข็งแรง
|