หลายคนตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดศีรษะ ตาพร่า ปวดหลัง รู้สึกเหนื่อยล้า สาเหตุหลักคือ ท่าการนอนที่ไม่เหมาะสม การนอนหงายเป็นท่าที่พบบ่อยที่สุด แพทย์แผนจีนเรียกท่าการนอนนี้ว่า “ท่าตาย” การนอนหงายทำให้ร่างกายและขาต้องคงที่ในตำแหน่งตรง จึงไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ เมื่อความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น การนอนหงายอาจทำให้รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ท่าหงายยังทำให้คนมักวางมือไว้ที่หน้าอกโดยไม่รู้ตัว ทำให้หัวใจและปอดถูกกด ทำให้ฝันร้ายได้ง่าย การนอนคว่ำ ร่างกายส่วนใหญ่หนักกดที่กระดูกซี่โครงและท้อง ทำให้หน้าอกและแผ่นปอดถูกกด กระทบต่อการหายใจ เพิ่มภาระต่อหัวใจ ยังทำให้โค้งหลังของกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้น ทำให้ข้อเล็กด้านหลังของกระดูกสันหลังถูกกด ขณะนอนคว่ำ ต้องเอียงคอไปข้างข้างเพื่อให้หัวเอนไปด้านข้าง ทำให้กล้ามเนื้อคอเสียหายได้ง่าย การนอนตะแคงซ้าย ขาคดเล็กน้อย ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดความเมื่อยล้า แต่หัวใจอยู่ในช่องอก ระหว่างปอดสองข้าง แต่เบี้ยวไปทางซ้าย ท่อจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็ก ท่อจากลำไส้เล็กไปยังลำไส้ใหญ่ อยู่ด้านซ้าย ดังนั้น การนอนตะแคงซ้าย ทำให้หัวใจถูกกด ท้องถูกกด ทำให้การขับของอาหารจากกระเพาะอาหารช้าลง แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ท่าการนอนที่ถูกต้องคือ นอนตะแคงข้างขวา ขาคดเล็กน้อย ทำให้หัวใจอยู่ด้านบน ไม่ถูกกด ตับอยู่ด้านล่าง ได้รับเลือดดี ช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้น อาหารในกระเพาะอาหารใช้แรงโน้มถ่วงดันไปยังลำไส้เล็ก ช่วยกระตุ้นการย่อยและดูดซึม พร้อมทั้งร่างกายอยู่ในสภาพผ่อนคลาย หายใจสม่ำเสมอ หัวใจเต้นช้าลง สมอง หัวใจ ปอด ลำไส้ กล้ามเนื้อ และกระดูกได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และได้รับออกซิเจนเพียงพอ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องกังวลกับท่าการนอนมากเกินไป เพราะตลอดคืน ร่างกายมักไม่คงท่าเดียวตลอดคืน ผู้คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนท่าการนอนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ดีขึ้น
|