ผลกระทบทางร่างกายและจิตใจของคอมพิวเตอร์ต่อผู้คน ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะลดความเสียหายได้อย่างไร? เพิ่มความตระหนักในการดูแลตนเอง: หยุดพักในช่วงทำงาน ทั่วไปแล้ว ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรหยุดพัก 10 นาที หลังทำงานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง ควรออกมาเคลื่อนไหวแขน ขา และร่างกาย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างพลังงานร่างกาย ดูแลสภาพแวดล้อมการทำงาน: แสงในห้องคอมพิวเตอร์ควรเหมาะสม ไม่สว่างเกินไปหรือมืดเกินไป หลีกเลี่ยงแสงที่ส่องโดยตรงไปยังจอภาพ เพราะอาจก่อให้เกิดแสงรบกวน ห้องทำงานควรระบายอากาศดี ช่วยให้ก๊าซอันตรายระเหยออกไปได้เร็ว ควรใช้เครื่องพิมพ์ที่ไม่ใช้การตีพิมพ์เพื่อลดเสียงรบกวน ใช้ท่าทางการใช้งานที่ถูกต้อง: ควรตั้งจอภาพให้ศูนย์กลางอยู่ในระดับเดียวกับหน้าอกของผู้ใช้ ควรใช้เก้าอี้ที่ปรับระดับได้ นั่งแล้วควรเหลือพื้นที่พอให้เท้าวาง ไม่ควรไขว้ขา เพราะอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด ดูแลสายตา: หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรหยุดพักเป็นระยะ รักษาร่างกายในท่าที่เหมาะสมที่สุด ระยะห่างระหว่างตาและจอภาพควรอยู่ที่ 40–50 เซนติเมตร ทำให้ดวงตาเห็นตรงหรือเผลอเงยลงเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อคอผ่อนคลาย และลดพื้นที่ที่ตาต้องเปิดรับแสงให้น้อยที่สุด เสริมอาหาร: ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน สารสีม่วงในจอภาพจะถูกใช้ไป ซึ่งสารสีม่วงส่วนใหญ่มาจากวิตามินเอ ดังนั้น ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรกินผักหัวหอม ผักคะน้า ถั่วงอก ถั่ว ลูกเดือย ส้ม นม ไข่ ตับสัตว์ ซี่โครงหมู ฯลฯ เพื่อเติมวิตามินเอและโปรตีนในร่างกาย ควรดื่มชาบ่อยๆ สารประกอบในชา เช่น คาเฟอีน ช่วยดูดซึมและต้านสารกัมมันตภาพรังสีได้ รักษาความสะอาดผิว: ผิวหน้าจอคอมพิวเตอร์มีประจุไฟสถิตจำนวนมาก ฝุ่นที่เกาะอยู่สามารถสะท้อนไปยังผิวหน้าและมือที่เปลือย ถ้าทำเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดผื่น รอยคล้ำ หรือในกรณีรุนแรง อาจทำให้เกิดโรคผิวหนังได้
|