ช่วงอายุ 40–50 ปี คือช่วงที่ผู้ชายมักกังวลที่สุดคือการมองเห็นลดลง โรคเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของการตาบอด โรคจะทำลายหลอดเลือดของร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงหลอดเลือดในตา จนเมื่อต้องการฟื้นฟูการมองเห็น อาจสายเกินไป ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยนี้ ควรตรวจตาที่โรงพยาบาลเป็นประจำ หากมีญาติใกล้ชิดเป็นโรคเบาหวาน คุณก็มีความเสี่ยงต่อการตาบอดเช่นกัน ความเสี่ยงนี้ยังมีอยู่กับผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด กล้ามเนื้อเลนส์ตาสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เห็นวัตถุใกล้ไม่ชัด ดังนั้น เพื่อไม่ให้ดวงตาเสื่อมก่อนวัยอันควร ควรฝึกการดูแลดวงตา เช่น หมุนตาขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา อย่างช้าๆ หรือยกแขนขึ้น ใช้นิ้วโป้งเขียนเลข 8 หน้าร่างกาย แล้วจ้องตามนิ้วโป้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาแนะนำให้ทำเช่นนี้เช่นกัน ทุกวัน 15 นาที สามารถป้องกันโรคสายตาสั้นและต้อกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ชายหลายคนรู้สึกว่าความต้องการทางเพศลดลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ควรเปลี่ยนทัศนคติ หันมาโฟกัสที่การเพิ่มคุณภาพชีวิตทางเพศ งานที่ยุ่งเหยิงทำให้ร่างกายตึงเครียด ใช้วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างง่าย ทำให้สามารถตั้งใจสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลายทั้งหมด วิธีการคือ: หาที่นั่ง โฟกัสที่การผ่อนคลาย ดึงกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งให้ตึงอย่างรวดเร็ว 5 วินาที แล้วค่อยๆ คลาย ทำซ้ำการดึง-คลายกล้ามเนื้อ ตั้งแต่ศีรษะ ตา จนถึงนิ้วเท้า กล้ามเนื้อทั้งร่างกายสามารถทำได้ ควรเปลี่ยนนิสัยที่ไม่เคยไปโรงพยาบาลมานาน ผู้ชายหลายคนไม่ชอบไปพบแพทย์ คิดว่าตัวเองไม่มีโรค แต่สถิติแสดงว่า 80% ของผู้ป่วยโรคร้ายแรงยอมรับว่า พวกเขาไม่เคยไปโรงพยาบาลมานาน ทำให้โรคเล็กกลายเป็นโรคใหญ่ จนเมื่อโรคหัวใจ หรือเลือดออกในสมองเกิดขึ้น จึงต้องไปโรงพยาบาล ทำให้พลาดโอกาสการรักษาที่ดีที่สุด ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพ เนื่องจากการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็งปอด และโรคทางระบบหายใจ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสุขภาพดีในวัยนี้ ควรเลิกสูบบุหรี่ หากยังไม่สามารถเลิกได้ ควรกินผักและผลไม้ เช่น แครอท พริกหวาน หัวหอม กระเทียม ผักโขม ผลไม้สีส้ม ปลาบ่อยๆ ดื่มชาบ่อยๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากบุหรี่
|