ทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงที่ผักดิบเติบโตมากที่สุด ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การรับประทานผักดิบในปริมาณที่เหมาะสม จริงๆ แล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่คุณสมบัติทางด้านสุขภาพของผักดิบแต่ละชนิดต่างกันมาก ดังนั้นเมื่อซื้อ ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับตนเอง ผักแม่เหล็ก: อีกชื่อคือ ผักแม่เหล็ก หรือ ผักชีสูงอายุ คุณสมบัติทางยา: ขจัดความร้อน ขจัดพิษ หยุดเลือด รักษาเบาหวาน วิธีรับประทานหลากหลาย เช่น ต้มแล้วผัด หรือกินแบบเย็น หรือใส่ในไส้ ผักบุ้ง: อีกชื่อคือ ผักบุ้ง หรือ ผักบุ้งพื้นเมือง คุณสมบัติหลัก: ขจัดความร้อน ขจัดพิษ ลดบวม ขับปัสสาวะ ดีต่อตับ ต้มแล้วกินสด หรือผัด หรือทำเป็นน้ำซุป ได้ เช่น ผักบุ้งกับกุ้งกินกับผักบุ้ง หรือผัดกับเนื้อสัตว์ หรือผสมกับชาเขียว สมุนไพร น้ำผึ้ง ทำเป็นชาผักบุ้งที่ช่วยขจัดความร้อน ขจัดพิษ ลดบวม ผักขม: ขจัดความร้อน ขจัดความชื้น ลดบวม ขจัดพิษ หยุดเลือด ป้องกันโรคเลือดขาว วิธีรับประทานที่พบบ่อย เช่น ผักขมผัดกับกระเทียม ผัดกับซอสถั่ว หรือผัดกับตับหมู ผักเฟิร์น: อีกชื่อคือ ผักเฟิร์น หรือ ผักยอดงอก ผักเฟิร์นที่มีใบห่อตัว แสดงว่าอ่อนนุ่ม ถ้าแก่แล้วใบจะค่อยๆ ขยายออก รับประทานผักเฟิร์นช่วยขจัดความร้อน ขจัดเสมหะ ขจัดความชื้น ขับปัสสาวะ นอนหลับดี แต่ผักเฟิร์นแห้งหรือผักเฟิร์นที่ดองด้วยเกลือ ควรแช่น้ำก่อนรับประทาน เพื่อให้กลับมาอ่อนนุ่ม ผักชะอม: คุณสมบัติทางอาหาร: ขจัดความร้อน หยุดเลือด บำรุงม้าม ขจัดความชื้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรเก็บยอดอ่อนหรือตาที่อยู่ใต้ดิน ต้มแล้วกินเย็น หรือกินกับน้ำสลัด ทำเป็นน้ำซุป ใส่ในไส้ หรือผัดก็ได้ หรือต้มเป็นโจ๊กผักชะอมที่อร่อย ใบผักกาด: มีคุณสมบัติขจัดความร้อน ขจัดความชื้น ขจัดพิษ ช่วยชุ่มชื้น วิธีรับประทาน ผัด หรือกินเย็น หรือทำเป็นน้ำซุป หรือใส่ในไส้ เช่น ผักกาดกินเย็น ผักกาดกับไก่ หรือก๋วยเตี๋ยวผักกาด ผักชีน้ำ: อีกชื่อคือ ผักชี หรือ ผักชีแม่น้ำ ผักชีน้ำมีคุณสมบัติขจัดความร้อน ขจัดพิษ ช่วยปอด บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ขจัดความชื้น หยุดเลือด ลดความดันโลหิต ต้านไวรัสตับอักเสบ ต้านจังหวะหัวใจผิดปกติ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ยอดอ่อนหนาม: อีกชื่อคือ ยอดอ่อนหนาม ยอดอ่อนหนามที่กินได้ คือ ยอดอ่อน สามารถเสริมพลังงาน กระตุ้นเลือด ขจัดลม ขจัดความชื้น บรรเทาปวด บำรุงไตและเสริมสร้างพลังงาน
|