สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / อาหารสมุนไพร / / การเสริมอาหาร วิธีจัดการกับผลข้างเคียงก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

การเสริมอาหาร วิธีจัดการกับผลข้างเคียง

เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเสริมอาหารในฤดูหนาว ไม่นานมานี้ ฉบับนี้ได้รับจดหมายจากผู้อ่านหลายคน ขอให้แนะนำความรู้ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยผู้สัมภาษณ์ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญทางแพทย์แผนจีน เช่น ดร.ฉี กวงชง และรวบรวมความเห็นที่มีคุณค่ามาเสนอเพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์
ใครบ้างที่ต้องการเสริมอาหาร?
ผู้ที่มีภาวะไม่แข็งแรง (ซึมเศร้า หงุดหงิด เครียด นอนไม่หลับ ลืมเรื่องง่ายๆ หมดพลังงาน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยเอวและหลัง) ผู้ที่มีอาการเหล่านี้มักไปตรวจที่โรงพยาบาลแต่ไม่พบโรคทางกายภาพ ข้อมูลแสดงว่า 70% ของพนักงานออฟฟิศ และ 85% ของผู้บริหารองค์กร เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะไม่แข็งแรง
แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ผู้ที่มีภาวะไม่แข็งแรงอาจมีลักษณะเป็น “ลมปราณขาด” “เลือดขาด” “หยินขาด” “หยางขาด” “ลมปราณ-หยินขาด” “ลมปราณ-เลือดขาด” หรือ “หยิน-หยางขาด” ต้องแยกประเภทแล้วเสริมอาหารตามอาการเฉพาะตัว
ผู้สูงอายุที่มีการทำงานของอวัยวะภายในลดลง ทำให้ลมปราณ หยิน หยาง และเลือดไม่เพียงพอ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงอาจมีอาการเวียนหัว ตาพร่า หูอื้อ ฟัน摇 ผมร่วง ปวดเมื่อยเอว หายใจไม่ออก พูดไม่ค่อยออก หมดแรง ซึ่งเป็นอาการของภาวะขาดในผู้สูงอายุ การปรับสมดุลตามอาการจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคในผู้สูงอายุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้
ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคตับ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหอบหืด ปวดข้อ ฯลฯ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมักมีอาการขาด หรือมีเลือดคั่ง ร่างกายอ่อนแอ จึงควรเสริมอาหาร ไม่ควรรอจนกว่าโรคเรื้อรังจะหายก่อน แต่ควรเสริมอาหารควบคู่ไปกับการรักษาโรคเรื้อรัง ใช้แนวทาง “กำจัดสิ่งแปลกปลอม + บำรุงร่างกาย” เพื่อเสริมสร้างร่างกายและต้านโรค ถ้าปรับสมดุลได้ดี โรคที่เป็นอยู่จะควบคุมได้ และร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น
ผู้ป่วยโรคหนัก ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือผู้ที่ได้รับการบำบัดด้วยรังสีหรือเคมีบำบัด หรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัด จะเกิดความเสียหายบางส่วนในร่างกาย เช่น ผ่าตัดสูญเสียเลือด ลมปราณตามเลือดไหล ทำให้เกิดภาวะขาดลมปราณและเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิวซีด หมดแรง ใจเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ ดังนั้น การปรับตามอาการและเสริมอาหารจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและช่วยการฟื้นตัวได้
ควรหลีกเลี่ยงอาหารใดขณะเสริมอาหาร?
ขณะเสริมอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารเย็น ไขมันสูง เพราะอาจขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้การดูดซึมอาหารเสริมลดลง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารต่อไปนี้:
หัวผักกาด ระหว่างรับประทานยาเหนียว (膏方) ไม่ควรกินหัวผักกาด เพราะยาเหนียวส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อบำรุงร่างกายที่ขาด ซึ่งมักมีโสม โสมช่วยเสริมลมปราณอย่างมาก แต่หัวผักกาดกลับทำลายลมปราณ ทำให้เลือดเสีย ลดประสิทธิภาพการเสริมลมปราณ หรือทำให้ยาอื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงเลือดและหยินลดประสิทธิภาพลง
กาแฟ กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น โซดา สามารถกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ตื่นตัว แต่ยาเสริมจำนวนมากในสมุนไพรก็มีฤทธิ์กระตุ้นเปลือกสมอง ดังนั้น หากดื่มกาแฟพร้อมกับยาเหนียว อาจทำให้กระตุ้นมากเกินไป ทำให้ปวดหัว แน่นหน้าอก นอนไม่หลับ แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “ลมปราณมากเกินไปก็กลายเป็นไฟ” ไฟมากเกินไปจะทำให้หยิน-หยางไม่สมดุล ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะไม่สามารถปรับสมดุลได้
ชา มีสารแทนนินจำนวนมาก เมื่อปฏิกิริยากับโปรตีน แคลโคไลด์ ฯลฯ ในยาเหนียว จะเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้เกิดตะกอนที่ละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและสารมีประโยชน์อื่น ๆ ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง เช่น สารแทนนินปฏิกิริยากับไอออนเหล็กในยาเหนียว จะกระตุ้นลำไส้-กระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกไม่สบาย
หากเกิดผลข้างเคียง ควรทำอย่างไร?
constipation หลังรับประทานยาเหนียวแล้วเกิดอาการท้องผูก ควรหยุดรับประทานยาเหนียวทันที หากหยุดแล้วท้องผูกหาย แสดงว่าท้องผูกเกิดจากยาเหนียว ควรลดปริมาณยาเหนียวลงเมื่อรับประทานต่อ และเพิ่มเส้นใยอาหารในอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำผึ้งตอนเช้า ปัญหาท้องผูกโดยทั่วไปจะแก้ได้
ไม่อยากกินข้าว อาการไม่อยากกินข้าวแสดงว่าระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี คล้ายกับกินอาหารหนักเกินไปจนย่อยไม่ทัน ดังนั้นควรลดปริมาณยาเหนียว หรือเพิ่มยาชาช่วยย่อย เช่น ชาเพิ่ง ชาผลไม้ช่วยย่อย
แน่นหน้าอก ท้องอืด ยาเหนียวต้องถูกดูดซึมผ่านกระเพาะและลำไส้จึงจะมีผล ถ้ามีปัญหาที่กระเพาะอาหาร อาจเกิดอาการแน่นหน้าอก ท้องอืด ลิ้นหนาเหนียว ควรหยุดรับประทานยาเหนียว รับประทานยาที่ช่วยดูดซึมก่อน จึงค่อยรับประทานยาเหนียวต่อไป ถ้าไม่ทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดผลตรงข้าม
ไอ น้ำมูกเยอะ แพทย์แผนจีนเชื่อว่า กระเพาะอาหารเป็นแหล่งกำเนิดเสมหะ ปอดเป็นที่เก็บเสมหะ ถ้ารับประทานยาเหนียวแล้วเกิดไอ น้ำมูกเยอะ แสดงว่ายาเหนียวถูกดูดซึมไม่ดี กลับทำให้เกิดเสมหะเพิ่ม ควรหยุดยาเหนียว และรับประทานยาที่ช่วยขจัดเสมหะ บำรุงกระเพาะอาหาร ปรับลมปราณ หลังจากไอ น้ำมูกดีขึ้นแล้ว จึงค่อยรับประทานยาเหนียวอีกครั้ง ควรรับประทานชาเพิ่งเพื่อช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและขจัดเสมหะ
ท้องเสีย ขณะท้องเสีย ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ถ้ายังรับประทานยาเหนียวต่อไป จะทำให้อาการท้องเสียแย่ลง ทำให้โรคเรื้อรัง ถ้าท้องเสียเกิดจากปริมาณยาเหนียวมากเกินไป ควรหยุดยา ท้องเสียจะหยุดเอง ครั้งต่อไปรับประทานควรลดปริมาณ ถ้าท้องเสียไม่เกี่ยวกับยาเหนียว ควรหาสาเหตุ รักษาให้หายก่อน จึงค่อยรับประทานต่อ
หวัด ไข้ ควรหยุดรับประทานยาเหนียว รักษาหวัดก่อน เพราะขณะหวัด สมดุลของหยิน-หยางในร่างกายถูกทำลาย ระบบย่อยอาหารได้รับผลกระทบ ถ้าพยายามเสริมอาหารในช่วงนี้ อาจทำให้อาการล่าช้าและซับซ้อนขึ้น
คันผิว แพทย์แผนจีนเชื่อว่า อาการคันผิวเกี่ยวข้องกับความร้อน-ชื้น เลือดขาด หรือลมพิษ ควรหยุดรับประทานยาเหนียว ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษา
สำหรับผู้ที่มีภาวะขาด ควรเลือกยาสมุนไพรชนิดใด?
ภาวะขาดลมปราณ: มีอาการง่วงซึม พูดเบา ง่ายต่อการเหงื่อออก ลิ้นขาว ชีพจรอ่อน
ยาสมุนไพรที่ใช้ได้ เช่น ถุงยาสี่สิ่ง น้ำผึ้งโสม ยาเสริมพลังงานกลาง
ภาวะขาดเลือด: มีอาการผิวซีด ปากและเล็บซีด ปวดศีรษะ ใจสั่น ลืมเรื่องง่ายๆ มือเท้าชา ลิ้นซีด ชีพจรละเอียด
ยาสมุนไพรที่ใช้ได้ เช่น ยาบำรุงเลือดจากกุยฮ่อง ยาสิบสิบใหญ่ ยาบำรุงหัวใจและม้าม
ภาวะขาดหยิน: มีอาการร้อนใน ตัวร้อนตอนกลางคืน ฝ่ามือ ฝ่าเท้าร้อน ปากแห้ง คอแห้ง ไอแห้ง ตาแห้ง ลิ้นแดง ลิ้นแห้ง
ยาสมุนไพรที่ใช้ได้ เช่น ยาเสริมหยินขนาดใหญ่ น้ำผึ้งโสม ยาหกรสดิน
หรือสามารถใช้ ดอกไม้ขาว ตัวเต่า หญ้าหม่อน โสมขาว ถั่วดำ
ภาวะขาดหยาง: มีอาการผิวซีด แขนขาเย็น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาหารไม่ค่อยอยากกิน ท้องอืด ลิ้นซีด ชีพจรละเอียด
ยาสมุนไพรที่ใช้ได้ เช่น ยาเจิ้นกุยเซียนกี ยาหยูจวี ยาสกัดจากรงษี ยาเกียอิ้ง
หรือสามารถใช้ ต้นเห็ดเหมือนฤดูหนาว ต้นต้นเดิม หอยกิ๊ก

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]