อาหารสมุนไพรสามารถใช้เพื่อสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาโรคได้หลายด้าน จึงควรปฏิบัติตามหลักการบางประการ ยาเป็นสิ่งที่รักษาโรค ผลลัพธ์รวดเร็ว จุดประสงค์หลักคือรักษาโรค อาหารสมุนไพรใช้เพื่อการดูแลร่างกาย ป้องกันโรค ผลลัพธ์ช้า จุดประสงค์หลักคือดูแลและป้องกัน อาหารสมุนไพรมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกาย และการฟื้นตัว แต่ไม่สามารถแทนที่การรักษาด้วยยาได้ ทั้งสองมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ควรเลือกใช้ตามสภาพร่างกายและโรคที่เป็น อย่าใช้เกินจำเป็น 1. ใช้ตามอาการ: แพทย์จีนเน้นการวินิจฉัยตามอาการ อาหารสมุนไพรก็ควรเลือกวัตถุดิบและจัดผสมตามอาการ เช่น คนที่เลือดขาด ควรใช้อาหารบำรุงเลือด เช่น ลูกท้อ ถั่วเขียว คนที่น้ำเหลืองขาด ควรใช้โกจิเบอร์รี่ ลูกเดือย ว่านหางจระเข้ ฯลฯ เพียงเท่านี้ จึงจะใช้ประโยชน์จากอาหารสมุนไพรได้อย่างเต็มที่ 2. ใช้ตามฤดูกาล: แพทย์จีนเชื่อว่า ร่างกายมนุษย์สัมพันธ์กับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ กระแสเลือดและพลังงานในร่างกายสัมพันธ์กับสภาพอากาศของธรรมชาติ "ใช้ยาเย็นควรหลีกเลี่ยงฤดูหนาว ใช้ยาอุ่นควรหลีกเลี่ยงฤดูร้อน" แนวคิดนี้ก็ใช้ได้กับอาหารสมุนไพรเช่นกัน 3. ใช้ตามบุคคล: ร่างกายและอายุแตกต่างกัน จึงควรเลือกอาหารสมุนไพรให้เหมาะสม เด็กมีร่างกายอ่อนแอ ควรเลือกวัตถุดิบที่ไม่เย็นหรือร้อนเกินไป ผู้สูงอายุมักมีปัญหาตับและไต จึงควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่ร้อน ผู้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือดหรือทำให้คล่องตัว 4. ใช้ตามภูมิภาค: แต่ละภูมิภาคมีสภาพอากาศ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตต่างกัน จึงมีความแตกต่างกันในกระบวนการทางสรีรวิทยาและโรค บางพื้นที่ชื้น จึงนิยมอาหารเผ็ดร้อน บางพื้นที่หนาว จึงนิยมอาหารอุ่นและมัน ขณะที่อาหารในเขตใต้ของจีน เช่น กวางตุ้ง มักเป็นอาหารเย็นและหวานอ่อน ดังนั้นการเลือกวัตถุดิบอาหารสมุนไพรก็ควรพิจารณาตามภูมิภาคเช่นกัน
|