สูตรและวิธีรับประทาน: รากหญ้าสด 100 กรัม ผิวส้มเขียว 5 กรัม ข้าวกล้อง 100 กรัม ข่า 2 แผ่น ล้างรากหญ้าสดให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ยาว 1 ซม. ใส่หม้อพร้อมกับผิวส้ม ใส่น้ำสะอาดพอเหมาะ แช่ไว้ 30 นาที ต้มด้วยไฟแรงจนเดือด แล้วเปลี่ยนเป็นไฟอ่อน ต้มต่ออีก 20 นาที ตักเศษยาออก ใส่ข้าวกล้องที่ล้างสะอาด ต้มจนข้าวเปิดดอก โจ๊กเหนียวข้น ใส่ข่าลงในช่วง 5 นาทีก่อนยกออกจากเตา รับประทานวันละ 2 ครั้ง แบบอุ่นๆ โจ๊กนี้มีกลิ่นหอมของข้าวกล้องผสมกับกลิ่นหอมของรากหญ้า รสชาติลื่น นุ่ม น่ารับประทาน รสชาติพิเศษอีกแบบ สรรพคุณของสูตรนี้: รากหญ้าช่วยขจัดความร้อน บำรุงหยิน ผิวส้มช่วยเคลื่อนลม บรรเทาอาการปวด ข่าช่วยบำรุงกระเพาะ บรรเทาอาการคลื่นไส้ ข้าวกล้องช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ ยาทั้งหมดนี้ใช้ร่วมกันได้ดี ช่วยลดความร้อน บำรุงกระเพาะอาหาร บำรุงหยิน บรรเทาอาการปวดได้ อาการที่เหมาะสมและข้อห้าม: โจ๊กนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหารที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นประเภท "ความร้อนสะสมในตับและกระเพาะ" แสดงอาการปวดท้องร้อน หงุดหงิดง่าย ย่อยไม่ดี คลื่นไส้ ปากแห้ง ปากขม หากมีอาการปวดท้องหนาว ชอบความอบอุ่น ท้องเสีย ไม่ควรรับประทานโจ๊กนี้ ผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหารควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีฤทธิ์บำรุงตับและกระเพาะ ช่วงที่มีอาการกำเริบควรกินอาหารเล็กๆ บ่อยๆ โดยเน้นอาหารอ่อน เช่น ข้าวอ่อน ขนมปัง โจ๊ก แป้งหัวบุกร นมถั่วเหลือง ผลไม้สีส้ม เป็นต้น ควรรับประทานอาหารอย่างมีระเบียบ หลีกเลี่ยงอาหารที่เย็น แห้ง แข็ง และทอด หรือผัด เช่น หัวไชเท้าดิบ มะม่วง ถั่วทอด ปลาทอด ไก่เผา ฯลฯ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ ชาเข้ม กาแฟ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มกรดในกระเพาะ ทำให้แผลหายช้า ผู้ที่มีกรดในกระเพาะมาก ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม ลูกอมเปรี้ยว มะนาว แอปเปิ้ลเปรี้ยว หรืออาหารกระตุ้น เช่น พริก ผงขี้ฉีก พริกไทย เพราะสิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการปวดท้องส่วนบน แม้ในอดีตเชื่อว่าการรับประทานนมช่วยลดกรด แต่ปัจจุบันเชื่อว่าประสิทธิภาพการลดกรดของนมไม่แข็งแรง และเนื่องจากมีโปรตีนสูง จึงกระตุ้นให้กระเพาะสร้างฮอร์โมนจุลิน ทำให้หลังรับประทานอาหาร ปริมาณกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น ดังนั้น การรับประทานนมหรือเครื่องดื่มโปรตีนสูงจึงไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ควรดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบ หลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้าและเครียด ผู้ที่มีอาการเฉียบพลัน สามารถทำงานควบคู่กับการรักษาได้ แต่หากมีอาการบ่อย ปวดรุนแรง ควรพักผ่อนหรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
|