ใช้สมองบ่อย ๆ "การใช้ยิ่งดี ไม่ใช้ยิ่งเสื่อม" เป็นกฎทั่วไปในด้านชีววิทยา สมองก็เช่นกัน ผู้ที่ใช้สมองบ่อย ได้รับข้อมูลมาก แม้จะอายุ 60 ปี สมองยังเฉียบแหลม จินตนาการอุดมสมบูรณ์ แรงบันดาลใจไม่ลดลง ผู้สูงอายุที่ทำงานสมองหนัก ยังมีเซลล์สมองเหมือนคนหนุ่มสาว ต้นเส้นใยที่ส่งสัญญาณคล้ายกับต้นไม้ที่กิ่งก้านหนาแน่น ทำงานอย่างกระตือรือร้น ตรงกันข้าม ผู้ที่ไม่ใช้สมอง แม้อายุยังน้อย แต่เซลล์สมองกลับด้อยกว่า ต้นเส้นใยสั้นและเรียบ นอนหลับให้เพียงพอ ระหว่างนอนหลับ สมองได้รับเลือดมากขึ้น จึงได้พลังงานเพียงพอ คือ ออกซิเจนและสารอาหาร รับประทานอาหารบำรุงสมอง สมองมีน้ำหนักเพียง 2% ของน้ำหนักตัว แต่ใช้พลังงานถึง 20% ของพลังงานทั้งหมด โดย 85% เป็นกลูโคส โปรตีนที่มีกลูตาไธโอน ช่วยเพิ่มพลังงานของเซลล์สมอง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมอง อาหารอย่างตับสัตว์ ปลา ฯลฯ มีกลูตาไธโอนและกรดอะมิโนที่สมองต้องการ จึงควรกินเพิ่ม สมองยัง "ชอบ" ฟอสโฟลิปิด ซึ่งในร่างกายจะผลิตเอซิลโคลีน ซึ่งเป็น "ตัวส่งสัญญาณ" ระหว่างเซลล์สมอง สำคัญต่อความจำ สมองยังต้องการวิตามินบีรวม และธาตุเหล็ก ทองแดง ซีลีเนียม แมงกานีส ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสารอาหารในสมอง รักษาอารมณ์ดี จิตใจที่ดีช่วยให้ระบบประสาทและอวัยวะต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน ทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายอยู่ในสภาพดีที่สุด เพิ่มพลังงานของเซลล์สมอง ช่วยเสริมความจำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สมอง สร้างนิสัยการออกกำลังกาย ออกกำลังกายช่วยปรับสมดุลการกระตุ้นและยับยั้งในสมอง กระตุ้นการเผาผลาญของเซลล์สมอง ทำให้สมองทำงานได้เต็มศักยภาพ ช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง ป้องกันความเสียหายต่อสมอง ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์สมองเสียหาย ทำให้ความจำและปัญญาลดลง การสูบบุหรี่ยังเร่งการเสื่อมของเซลล์สมอง โรคเรื้อรังหลายโรค เช่น โรคติดเชื้อ โรคไวรัสไข้หวัด ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งตัว หัวใจและปอด ไต ฯลฯ ล้วนส่งผลเสียต่อเซลล์สมอง จึงควรระวังและป้องกันอย่างเหมาะสม <สมอง>
|