ในแพทย์จีนเชื่อว่าปอดเปิดทางที่จมูก หมายความว่า ความสามารถในการหายใจและการรับรู้กลิ่นของจมูก ขึ้นอยู่กับพลังปอดเป็นหลัก หากพลังปอดสมบูรณ์ หายใจจึงสะดวก และการรับรู้กลิ่นจึงไว การนวดจมูก: เพื่อป้องกันอาการคัดจมูก คันจมูก หรือไอ ที่เกิดจากหวัด ควรนวดจมูกบ่อยๆ วิธีนวดจมูก: ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างขยี้กันจนร้อน แล้วใช้ด้านนอกของนิ้วหัวแม่มือ นวดตามแนวกระดูกจมูกและด้านข้างของปีกจมูก ขึ้น-ลง ประมาณ 30 ครั้ง จากนั้นนวดจุดยิงเซียง (ตำแหน่งอยู่ที่ด้านข้างของปีกจมูก ห่าง 0.5 ซม.) 15–20 ครั้ง ใช้แรงจากเบาไปมาก ระวังไม่ให้ทำร้ายผิวหนัง ควรทำตอนตื่นเช้า หรือก่อนนอน หรือช่วงว่างอื่นๆ ได้ วิธีนี้ช่วยเปิดเส้นลมปราณ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมในบริเวณจมูก ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความเย็น และป้องกันหวัดและโรคจมูกได้ดี ยังช่วยรักษาอาการหวัด จมูกอุดตันได้ การล้างจมูก: เราหายใจเอาฝุ่น แบคทีเรีย สารพิษ คาร์บอนไดออกไซด์ และไวรัสจำนวนมากจากอากาศเข้าสู่ร่างกาย จมูกเป็นประตูแรกที่สัมผัสกับอากาศ จึงต้องเผชิญกับอากาศสกปรกอยู่ตลอดเวลา แม้เยื่อบุจมูกจะมีบทบาทกรองและทำความสะอาดบางส่วน แต่ถ้าล้างจมูกเป็นประจำ จะช่วยกำจัดคราบแห้งในจมูกได้ทันที ทำให้จมูกทำงานกรองและทำความสะอาดได้ดีขึ้น วิธีล้างจมูก: ใช้ฝ่ามือถืออุณหภูมิอุ่นหรือน้ำเกลืออุ่น โน้มศีรษะลง ดูดอากาศเข้าจมูกอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ ขับออกทางจมูก ทำซ้ำหลายครั้ง หรือใช้ขวดน้ำเกลืออุ่น แขวนไว้สูง ต่อท่อนยาง ปลายท่อนยางใส่เข้าไปในจมูก 2–3 ซม. ขณะล้าง ค่อยๆ ขับออก ควรล้างจมูกด้วยน้ำเย็นทุกฤดู โดยเฉพาะตอนเช้า ขณะล้างหน้า ควรล้างจมูกด้วยน้ำเย็นบ่อยๆ เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในเยื่อบุจมูก เพิ่มความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ป้องกันโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ควรเลิกพฤติกรรมไม่ดี เช่น ขุดจมูก ถอนหรือตัดขนจมูก เพราะการทำลายขนจมูกและเยื่อบุจมูกจะส่งผลเสียต่อการกรองอากาศ และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในจมูก รวมถึงอาจนำไปสู่โรคในสมองหรือหูได้
|