ทฤษฎีแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ภายในเท้าของมนุษย์มีจุดต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับอวัยวะภายใน นิ้วเท้าที่สองและสามมีความสัมพันธ์กับลำไส้และกระเพาะอาหาร ดังนั้น การเคลื่อนไหวนิ้วเท้าบ่อย ๆ จึงสามารถเสริมสร้างระบบย่อยอาหารได้ ความสามารถในการย่อยอาหารของคนหนึ่ง สามารถประเมินได้จากสภาพของนิ้วเท้า ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารดี มักจะมีนิ้วเท้าที่สองและสามใหญ่ แข็งแรง และมีความยืดหยุ่น ยืนตัวได้อย่างมั่นคง เมื่อเท้าสัมผัสพื้น แต่ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารแย่ มักจะมีนิ้วเท้าที่แห้ง เย็น และขาดความยืดหยุ่น ยืนตัวได้ไม่มั่นคง วิธีการเคลื่อนไหวนิ้วเท้าที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมีดังนี้: การเหยียดเท้าให้แน่น: ยืนหรือนั่ง วางเท้าทั้งสองข้างราบกับพื้น ห่างกันเท่ากับความกว้างของไหล่ จดจ่อสมาธิ หายใจลึก ๆ ทำท่าเหยียดเท้าให้แน่นซ้ำ ๆ 60–90 ครั้ง สามารถทำได้โดยถอดรองเท้าหรือใส่รองเท้าที่นุ่ม ทำซ้ำได้หลายครั้งต่อวัน การหยิบของด้วยนิ้วเท้า: ทุกครั้งที่ล้างเท้า ใส่หินกลมขนาดกลางหรือสิ่งของอื่น ๆ ลงในอ่างล้างเท้า ขณะแช่เท้า ฝึกหยิบหินกลมด้วยนิ้วเท้าที่สองและสาม น้ำอุ่นช่วยคลายเส้นลมปราณ ขณะที่หยิบหินกลม ช่วยกระตุ้นจุดต่าง ๆ บนเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร ทำเป็นประจำจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะต้องเตือนผู้ป่วยโรคเบาหวาน วัตถุที่เลือกต้องมีพื้นผิวเรียบ เพื่อป้องกันการบาดแผลที่ผิวหนัง ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อหรือโรคเท้าเบาหวาน (โรคขาดเลือดที่ขา) การดันนิ้วเท้า: ขณะดูโทรทัศน์หรือพักผ่อน สามารถดันนิ้วเท้าขึ้นหรือลงได้ตลอดเวลา พร้อมกับนวดบริเวณระหว่างนิ้วเท้าที่สองและสาม จุดเนียวติง สำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด ลมพิษ หรือท้องผูก ควรนวดตามทิศทางของนิ้วเท้า เพื่อช่วยลดไฟในกระเพาะอาหาร ในขณะที่ผู้ที่มีกระเพาะอาหารอ่อนแอ ท้องเสีย หรือปวดท้องมากขึ้นหลังกินอาหารเย็นหรืออาหารดิบ ควรนวดย้อนทิศทางของนิ้วเท้า เมื่อใช้วิธีนี้เพื่อคลายเส้นลมปราณ ควรทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
|