สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / อื่นๆ / การดูแลสุขภาพตามแพทย์แผนจีน / ผู้เชี่ยวชาญ: คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพในฤดูร้อนแบบครอบคลุมก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

ผู้เชี่ยวชาญ: คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพในฤดูร้อนแบบครอบคลุม

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดในแต่ละปี ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานสูงมาก หลายคนในช่วงอากาศร้อนจัดมักมีอาการหมดแรงทั่วร่างกาย ไม่อยากอาหาร ง่ายต่อการเหงื่อออก หัวใจสับสน ง่วงซึม หรือแม้แต่ป่วยเป็นโรคจากความร้อน อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ฯลฯ เพื่อให้ผ่านช่วงร้อนได้อย่างปลอดภัย เราควรระวังอะไรในชีวิตประจำวัน?
- อาหารควรเบา แต่ไม่ควรมองข้ามอาหารประเภทเนื้อสัตว์
เนื่องจากในฤดูร้อน กรดในกระเพาะอาหารลดลง และการดื่มน้ำมากขึ้นทำให้กรดในกระเพาะถูกเจือจาง ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารอ่อนแอลง ดังนั้น อาหารควรเป็นอาหารที่เบา ควรกินอาหารที่มีประโยชน์และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มัน ทอด หรือรสเผ็ดร้อน อย่างไรก็ตาม อาหารเบาไม่ได้หมายถึงอาหารมังสวิรัติ เพราะแม้ผักจะมีไฟเบอร์และวิตามินสูง แต่ขาดโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย ถ้ากินมังสวิรัติเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้
ดังนั้น แม้ในช่วงร้อนจัดก็ไม่ควรมองข้ามอาหารเนื้อสัตว์ ควรกินเนื้อสัตว์ติดมันน้อย ไข่ นม ปลา และผลิตภัณฑ์จากถั่วอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการปรุงอาหารควรใช้วิธีต้ม นึ่ง หรือผัดเย็น ไม่ควรทำให้อาหารมันเกินไป เช่น นำใบบัวสด สดใสสีเขียว ต้มด้วยน้ำร้อนเล็กน้อย แล้วใช้ห่อไก่หรือเนื้อสัตว์ นำไปนึ่งกิน รสชาติแปลกใหม่ หอมหวาน ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้
- นอนหลับให้เพียงพอ
ฤดูร้อนมีวันยาวกลางคืนสั้น อุณหภูมิสูง ร่างกายเผาผลาญพลังงานมาก จึงง่ายต่อความเหนื่อยล้า ดังนั้น การนอนหลับให้เพียงพอจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเรียนรู้ วิธีการนอนหลับให้เพียงพอ ควรเริ่มจากการมีตารางเวลาที่สม่ำเสมอ ห้องนอนควรระบายอากาศได้ดีและเย็นสบาย รักษาจิตใจให้สงบ ให้ความสำคัญกับคำว่า "ใจสงบ ธรรมชาติก็เย็น" รวมถึงควรพักผ่อนตอนกลางวัน ซึ่งการนอนหลับตอนกลางวันในฤดูร้อนช่วยให้สมองและระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้พักผ่อน ช่วยให้ทำงานและเรียนรู้ในช่วงบ่ายได้ดีขึ้น และยังเป็นวิธีป้องกันการเป็นโรคจากความร้อนได้
- ควรกินอาหารรสขมบ่อยขึ้น
แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ผักที่มีรสขมส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์ช่วยลดความร้อน ดังนั้น นักโภชนาการจึงแนะนำให้กินผักรสขม เช่น ผักขม ฟักทองขม บ่อย ๆ ในฤดูร้อน เพื่อช่วยลดความร้อน กำจัดความเหนื่อยล้า ฯลฯ ตัวอย่างเช่น ฟักทองขม ซึ่งมีชื่อว่า "กษัตริย์แห่งผัก" รสขมผสมหวาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทานแล้วรสชาติคงอยู่ ถ้ากินฟักทองขมเป็นประจำในฤดูร้อน ช่วยปรับสมดุลลำไส้และกระเพาะอาหาร ลดความเหนื่อยล้า ช่วยให้สมองตื่นตัว ป้องกันโรคจากความร้อนและโรคทางเดินอาหารได้ ผักขมเป็นผักที่ใช้ทั้งอาหารและยา ช่วยเย็นภายใน ขับพิษ ฆ่าเชื้อ ขจัดเลือดคั่ง บรรเทาอาการปวด ป้องกันโรคลำไส้ อาหารที่ทำจากผักขม ควรล้างรากและใบให้สะอาด แล้วนำมาสลัด ผัด หรือต้มเป็นแกง รสขมแต่หอม ถือเป็นอาหารที่ช่วยลดความร้อนและกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี และยังช่วยป้องกันโรคลำไส้ ท้องเสียได้ สำหรับคนที่เหงื่อออกมาก ลองดื่มเครื่องดื่มที่มีรสขม เช่น เบียร์ ชาเขียว ชาขม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดี
- ระวังความปลอดภัยในการว่ายน้ำ
ช่วงร้อนจัด ถ้าได้ว่ายน้ำในน้ำใสสะอาด ไม่เพียงแต่ช่วยลดความร้อน แต่ยังช่วยเสริมสร้างร่างกายและเพิ่มความสนุกในชีวิต แต่ควรระวังประเด็นต่อไปนี้: ควรเลือกสถานที่ว่ายน้ำที่มีคุณภาพน้ำดี น้ำที่ใสหรือมีสีฟ้าอ่อนมักสะอาดกว่า ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีหิน ตะกอน กระแสน้ำวน หรือมีพืชน้ำ ควรเลือกว่ายน้ำที่ชายหาดหรือสระว่ายน้ำ ซึ่งปลอดภัยกว่า ควรทำกิจกรรมเตรียมตัวก่อนว่ายน้ำ เพื่อป้องกันอาการขาตึงหรือแขนตึงเมื่อลงไปในน้ำ ควรระวังสุขอนามัยการว่ายน้ำ ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคตา ไม่ควรเข้าสระว่ายน้ำสาธารณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนน้ำ รวมถึงห้ามว่ายน้ำเมื่อร่างกายเหนื่อย ท้องว่าง หรืออิ่มเกินไป ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน คลอด หรือตั้งครรภ์ ไม่ควรว่ายน้ำ
- ร่างกายต้องไม่ขาดน้ำ
สภาพอากาศในฤดูร้อนมักอบอ้าว ร่างกายเหงื่อออกมาก อย่ารอจนปากแห้งคอแห้งจึงจะดื่มน้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรฝึกดื่มน้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่รู้สึกกระหายก็ควรดื่มน้ำ "จำเป็น" เพราะผู้สูงอายุตอบสนองต่อความกระหายจากภาวะขาดน้ำลดลง ทำให้ทนต่อความกระหายได้ดี แต่เมื่อร่างกายส่งสัญญาณกระหายแล้ว ร่างกายอาจอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงแล้ว ภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งของความแก่เร็วและอายุสั้น ร่างกายขาดน้ำจะทำให้ปริมาณเลือดทั้งหมดลดลง ความดันเลือดหัวใจลดลง หัวใจขาดออกซิเจน ทำให้หัวใจเสียหายได้ง่าย นอกจากนี้ เมื่อร่างกายขาดน้ำ น้ำเหงื่อและปัสสาวะจะลดลง ทำให้การขับของเสียภายในร่างกายลดลง ส่งผลให้สารพิษสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดพิษเรื้อรัง ดังนั้น การดื่มน้ำควรทำอย่างเหมาะสมและมีปริมาณที่เหมาะสม
โดยทั่วไป การดื่มน้ำจำนวนเล็กน้อยบ่อยครั้งดีกว่าการดื่มน้ำปริมาณมากครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากครั้งเดียวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย รุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกายเสียหาย จนอาจเกิดภาวะน้ำเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปได้ ดังนั้น ควรฝึกดื่มน้ำอย่างต่อเนื่อง ควรดื่มน้ำ 1-2 แก้วน้ำเปล่าในช่วงเวลาที่ดีที่สุด ได้แก่ ตอนตื่นเช้า 10.00 น. 15.00-16.00 น. และก่อนนอน รวมถึงหลังออกกำลังกาย อาบน้ำ หรือเหงื่อออกมาก ควรดื่มน้ำทันที นอกจากนี้ การกินผักและผลไม้ก็เป็นวิธีดีในการเติมน้ำ ทั้งช่วยเติมน้ำ ยังได้แร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็น ถือเป็นการได้สองประโยชน์ในคราวเดียว

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]