ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน ลูกพลับสีแดงสดเริ่มเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ไม่เพียงแต่มีสีสันสวยงาม แต่ยังช่วยดูแลผิวพรรณและป้องกันโรคทางสตรีวิทยาได้หากกินบ่อยๆ ลูกพลับมีชื่อเรียกโบราณว่า "ผลไม้บำรุงผิว" ตำราแพทย์แผนจีนโบราณกล่าวว่า ลูกพลับสามารถ "ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น" และ "ทำให้ผิวดูดี สดใส" การกินลูกพลับเป็นประจำจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนนุ่มลื่น เนื่องจากลูกพลับมีธาตุเหล็กสูงมาก ปริมาณเหล็กในเนื้อผลไม้ 100 กรัม สูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น เช่น ราสเบอร์รี่ 6 เท่า มะขาม 10 เท่า ซากุระ 13 เท่า และแอปเปิ้ล 20 เท่า ถือเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด ธาตุเหล็กเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบินในร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้หญิง โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประมาณ 50% ของเด็กหญิงวัยรุ่น 20% ของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ และ 40% ของสตรีตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก สาเหตุแรกมาจากลักษณะทางสรีรวิทยา: วัยรุ่นหญิงมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น พร้อมกับมีประจำเดือน จึงมีแนวโน้มเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กได้ง่าย ขณะที่สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตรต้องส่งเสริมสารอาหารให้ทารก จึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น ผู้หญิงวัยชราที่ระบบย่อยอาหารและสร้างเลือดลดลง ก็อาจเกิดภาวะโลหิตจางได้ สาเหตุที่สองคือ ผู้หญิงหลายคนไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ ทำให้รับสารอาหารไม่สมดุล จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้น การกินลูกพลับบ่อยๆ จึงช่วยบรรเทาภาวะโลหิตจาง และรักษาโรคทางสตรีวิทยาที่เกิดจากภาวะนี้ได้ แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ลูกพลับมีคุณค่าทางยาสูง ทุกส่วนของลูกพลับสามารถใช้เป็นยาได้ ผลสดมีฤทธิ์ช่วยขับเหงื่อ บำรุงพลังงาน ขับลม ขจัดผื่น ใช้รักษาอาการแขนขาชา หรือโรคปวดเมื่อยตามข้อต่อได้ เมื่อซื้อลูกพลับ ควรเลือกที่มีก้านติดอยู่ ผิวมีสีสันสดใส และผิวเต็ม ถ้ากินไม่หมด ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ -1℃ ลูกพลับเป็นผลไม้ประเภทผลเบอร์รี่ ซึ่งเปราะบาง จึงควรจัดการอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม แม้ลูกพลับจะดี แต่ก็ต้องระวังไม่กินมากเกินไป เพราะนอกจากมีธาตุเหล็กสูงแล้ว ยังมีสารไซยาไนด์ในปริมาณหนึ่ง หากกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดพิษจากเหล็กหรือพิษจากไซยาไนด์ได้ ถ้ากินลูกพลับมากเกินไปแล้วรู้สึกไม่สบาย ให้ดื่มน้ำอ้อยเพื่อช่วยขจัดพิษ ทั้งนี้ ลูกพลับมีลักษณะอุ่น จึงควรหลีกเลี่ยงการกินหากเป็นโรคที่มีอาการร้อนในหรือไอจากความร้อน
|