ยาเหล้าสมุนไพร ได้ถูกใช้ในด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพของชาวจีนมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัย "ฮวงตี้เน่ยจิง" ได้บันทึกกรณีใช้ยาเหล้ารักษาโรคไว้ ตั้งแต่การดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็นยาเหล้า คือ ขั้นตอนที่เปลี่ยนจากวัฒนธรรมการกิน ไปเป็นเทคโนโลยีและวิธีการแพทย์ ยาเหล้าสามารถใช้ประโยชน์จาก "แอลกอฮอล์ช่วยพาตัวยา" และ "แอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มฤทธิ์ยา" ได้อย่างมีเอกลักษณ์ งานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่ยืนยันว่า สารออกฤทธิ์หลายชนิดในสมุนไพร เช่น ดีโอซีนและเกลือของมัน ไกลโคไซด์ แทนนิน กรดอินทรีย์ น้ำมันระเหย ฯลฯ ละลายในแอลกอฮอล์ได้ง่าย สมุนไพรบางชนิดเมื่อแช่ในแอลกอฮอล์ สารออกฤทธิ์จะละลายได้ง่ายขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น เช่น สมุนไพรที่ใช้บ่อยในแพทย์แผนจีน เช่น เหยียนต้า ซานจูยู นู้เจียนตี้ ฯลฯ ที่ใช้บำรุงร่างกาย หลังแช่ในแอลกอฮอล์ สามารถลดความขม รสชาติจะเข้มข้นขึ้น ช่วยเพิ่มฤทธิ์บำรุงตับและไต ดังนั้น สมุนไพรที่ใช้บำรุงตับและไต จึงสามารถใช้ทำยาเหล้าได้ นอกนั้น สมุนไพรอย่างอูเส้าเชียน ตังกุ้ย หลังแช่ในแอลกอฮอล์ ไม่เพียงแต่เพิ่มฤทธิ์ในการไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการปวด ขจัดลม ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอูเส้าเชียน ทำให้ทานง่ายและเก็บรักษาง่าย สรุปแล้ว ยาเหล้าบางชนิดที่ใช้รักษาโรคข้ออักเสบ เช่น ยาเหล้าหัวเสือ หรือยาเหล้ารักษาอาการครึ่งซีก รักษาโรคอัมพฤกษ์ รักษาภาวะอวัยวะเพศชายไม่แข็งแรง และภาวะมดลูกเย็นในผู้หญิง ล้วนเป็นตัวอย่างการใช้แอลกอฮอล์ในแพทย์แผนจีนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม การทำยาเหล้าก็มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สมุนไพรแข็ง เช่น ทอง หิน ปู หอย ต้องแช่ไว้นาน สมุนไพรที่เป็นผลไม้ เช่น จูซื่อจือ ต้องแช่ไว้สั้น ถ้าต้องการแช่ยาเหล้าเร็ว อาจตัดสมุนไพรให้เล็กลง หรือตัดเป็นชิ้น ทำให้สารออกฤทธิ์ละลายได้เร็ว ใช้เวลาน้อยลง ที่ควรกล่าวคือ ผู้ที่มีโรคตับ โรคความดันโลหิตสูง โรคไต วัณโรค และบางโรคหัวใจ ควรใช้ยาเหล้าอย่างระมัดระวัง หรือห้ามใช้
|