ฤดูหนาวมาถึง โรงแรมหลายแห่งเริ่มประกาศโปรโมท "อาหารสมุนไพร" หรือ "หม้อไฟบำรุง" เพื่อดึงดูดลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชนว่า อาหารสมุนไพรไม่ใช่สำหรับทุกคน รับประทานไม่ถูกวิธีอาจไม่ได้ผลดีต่อสุขภาพ แต่กลับทำร้ายสุขภาพได้ ปัจจุบัน หลายร้านอาหารอ้างว่า สมุนไพรในอาหารสมุนไพรสามารถช่วยรักษาโรคบางชนิด หรือมีผลดีต่อสุขภาพ รับประทานแล้ว "มีโรคก็รักษา ไม่มีโรคก็เสริมสุขภาพ" ซึ่งดึงดูดลูกค้าจำนวนมาก แพทย์หญิงด้านแพทย์แผนจีนคนหนึ่งชื่อหลี่ ได้ไปกินข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหาร ผู้ขายพยายามแนะนำอาหารสมุนไพรที่ทำเอง หลี่จึงถามถึงสมุนไพรที่ใช้ พอผู้ขายพูดชื่อสมุนไพรออกมา หลี่พบว่า สมุนไพรที่ใช้ในอาหารสมุนไพรนี้ ทางเภสัชวิทยาแล้วกลับตรงข้ามกับสิ่งที่ร้านโฆษณาไว้ รับประทานแล้วไม่ได้ช่วยเสริมสุขภาพ แต่กลับอาจทำร้ายสุขภาพ จึงปฏิเสธไม่รับประทาน ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลการค้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค หลังรับประทานซุปเห็ดที่พนักงานแนะนำ ซึ่งอ้างว่าช่วยบำรุงผิว กระตุ้นการย่อย แต่กินได้เพียงครึ่งหนึ่งก็รู้สึกปวดท้อง ตามข้อมูลจากเจ้าของร้านอาหาร ผู้ที่ทำงานในร้านส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาเภสัชวิทยาของสมุนไพร แค่เห็นว่า "อาหารสมุนไพร" กำลังเป็นที่นิยม จึงนำสมุนไพรบำรุงอย่าง人参 ถงกุ้ย จูซี มาใส่ในอาหาร ทำเป็นอาหารสมุนไพร แต่เนื่องจากไม่มีมาตรฐานการผลิต ไม่มีมาตรฐานวัตถุดิบ และไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่สามารถยืนยันผลบำรุงได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า บางร้านใช้สูตรอาหารสมุนไพรที่สุ่ม ๆ บางครั้งอาจขัดกับหลักเภสัชวิทยา ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น 人参เป็นสมุนไพรบำรุงที่ดี แต่คุณสมบัติของมันเป็นความร้อนชื้น ใช้ได้ดีในการเสริมพลัง ใช้รักษาอาการขาดพลังงาน แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีร่างกายร้อน หรือผู้ป่วยเรื้อรังบางชนิด หรือเช่น ถงกุ้ย ใช้บำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ก็ไม่เหมาะกับทุกคน จึงขอเตือนผู้บริโภค อย่ารับประทานอาหารสมุนไพรแบบไม่คิด ควรพิจารณาตามคุณสมบัติของอาหารสมุนไพร และสภาพร่างกายของตนเองอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ "เสริมสุขภาพแล้วกลายเป็นป่วย"
|