ผู้ป่วยคนหนึ่งมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลของเราเนื่องจากปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ไข้ขึ้น ฟันอักเสบ นานกว่า 10 วัน ผู้ป่วยเป็นช่างเชื่อมไฟฟ้า สองสัปดาห์ก่อน ได้ใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดถังควบแน่นอะซีทัลดีไฮด์ ทำงานหนึ่งวันแล้วเริ่มมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย คอแห้ง คลื่นไส้ จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ตรวจแล้ววินิจฉัยว่าเป็นหวัด ให้ยาลดไข้และยาแก้ปวด หลังรักษาหลายวัน อาการไม่ดีขึ้น กลับแย่ลง แล้วเริ่มมีไข้ ฟันเลือดออก นอนไม่หลับ constipation และเจ็บข้อต่อ ไปโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ยังรักษาตามอาการหวัด อาการยิ่งแย่ลง ต่อมาได้รับคำแนะนำให้มาพบแพทย์แผนกโรคจากการทำงาน สอบถามประวัติ ทราบว่าก่อนป่วย ผู้ป่วยได้ใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดถังควบแน่นอะซีทัลดีไฮด์ ซึ่งมีปรอทอยู่ในถัง ขณะตัดเกิดการรั่วของปรอท แพทย์สงสัยว่าเป็นพิษจากปรอท จึงตรวจหาปรอทในปัสสาวะทันที พบว่าเกินค่าปกติมากกว่า 40 เท่า จึงวินิจฉัยว่าเป็นพิษจากปรอทเฉียบพลัน ให้การรักษาขับปรอทและรองรับอาการ ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา 20 วัน แล้วหายดีกลับบ้าน ปรอทหรือที่เรียกว่า น้ำเงิน คือของเหลวสีขาวเงิน ที่ระเหยได้ที่อุณหภูมิห้อง ไอปรอทสามารถดูดซับบนผนัง พื้น โต๊ะ กลายเป็นแหล่งระเหยซ้ำ อาการพิษจากปรอทมักแสดงออกด้วย ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปากอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดหลัง บวมน้ำ เป็นต้น พิษจากปรอทเฉียบพลันเกิดจากหายใจเอาไอปรอทจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ โดยทั่วไปโรงพยาบาลทั่วไปรับผู้ป่วยพิษจากการทำงานน้อย อาการเริ่มต้นของพิษจากปรอทเฉียบพลันคล้ายกับหวัด ประกอบกับแพทย์ที่ตรวจไม่ถามประวัติอย่างละเอียด จึงทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดได้ง่าย ดังนั้น แพทย์ควรใส่ใจในการสอบถามประวัติอย่างละเอียด และเรียนรู้ความรู้เฉพาะทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการวินิจฉัยผิด ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทางจิตใจและเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ผู้ที่สัมผัสสารพิษควรเรียนรู้ความรู้ด้านการป้องกันสารพิษ หากมีอาการพิษ ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางโรคจากการทำงาน แจ้งแพทย์เกี่ยวกับการสัมผัสสารพิษ เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้อง ไม่พลาดโอกาสในการรักษา <หวัด>
|