ในชุมชนมักมีคำพูดว่า "ปวดท้อง ให้ต้มไส้หมู" "หัวใจไม่ดี ให้กินหัวใจหมู" "กระดูกหัก ให้ต้มกระดูกต้นขา" "โลหิตจาง ให้กินตับหมู" "อ่อนแรง ให้กินหัวใจสุนัข" ฯลฯ ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่อ้างอิงจากทฤษฎีแพทย์แผนจีน "การบำบัดด้วยอวัยวะสัตว์" ทฤษฎี "การบำบัดด้วยอวัยวะสัตว์" คือ การใช้อวัยวะสัตว์เพื่อเติมเต็มความขาดแคลนของอวัยวะในร่างกายมนุษย์ ทฤษฎีนี้มีพื้นฐานหรือไม่ มี แพทย์แผนจีนเชื่อว่า อวัยวะสัตว์เป็น "สิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์" ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ด้านชีววิทยา มนุษย์และสัตว์มีโครงสร้างอวัยวะ องค์ประกอบทางเคมี และฟังก์ชันทางชีวภาพคล้ายกัน จึงเกิดผล "เหมือนกันจึงดึงดูดกัน" ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน การบำบัดด้วยอวัยวะสัตว์ไม่ใช่แค่ "เติมเต็ม" แต่เป็นการใช้สารในอวัยวะสัตว์เพื่อควบคุมฟังก์ชันของอวัยวะในร่างกายมนุษย์ เพื่อรักษาโรค เช่น ใช้เยื่อหุ้มกระเพาะอาหารหมู ผลิตเป็น "เมมเบรน จี" และ "เอนไซม์โปรตีน" เมมเบรน จี เป็นสารป้องกันกรดในกระเพาะอาหาร ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือกรดมากเกินไป โปรตีนช่วยย่อยอาหาร ใช้รักษาอาการไม่อยากอาหาร ย่อยไม่ดี แพทย์สมัยใหม่ได้แยกสารจากหัวใจสัตว์ เช่น ไซโตโครมซี ฮอร์โมนหัวใจ เอนไซม์โคเอนไซม์เอ ใช้รักษาโรคหัวใจและโรคอื่น ๆ อย่างแพร่หลาย กระดูกมีไขกระดูก เซลล์กระดูก แคลเซียม โปรตีนไกลโคซัม ฯลฯ ซึ่งช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของกระดูกหัก ตับมีสารอาหารหลากหลาย วิตามินเอ ใช้รักษาโรคตาบอดจากโรคตับอักเสบ ธาตุเหล็ก ใช้รักษาโรคโลหิตจาง สารอาร์เอ็นเอ ใช้รักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ไตเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์และระบบขับถ่าย ใช้เซลล์เฉพาะจากไต รักษาโรคไตเรื้อรัง ผลลัพธ์ดีมาก น้ำดีสัตว์และสารประกอบในน้ำดี เช่น โซเดียมเบต้า ดีไฮโดรเบต้า ฯลฯ มีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดี ใช้รักษาโรคตับอักเสบ หินในถุงน้ำดี โรคหลังตัดถุงน้ำดี สมองสัตว์มีฟอสโฟลิปิด มากมาย ใช้สมองหมู วัว ร่วมกับต้นป๊อป หญ้าหวาน ทำเป็น "ซานเนียวซาน" ใช้รักษาโรคประสาทเสื่อม โรคระบบประสาทพื้นฐาน โรคสมองเสียหลังอุบัติเหตุ ผลลัพธ์ดีมาก
|