ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างลมฤดูร้อนกับฤดูหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนสูง ทำให้ร่างกายไม่ทันตั้งตัว ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เกิดโรคได้ง่าย สิ่งที่เรียกว่า "ภูมิคุ้มกันภายนอก" นี้ คือ ที่เราเรียกกันว่า "ลมพายุลอบโจมตี" กลางวันฤดูใบไม้ร่วงยังร้อน แต่เวลากลางคืนจะมีลมเย็นพัดโชติ บางคนชอบเปิดหน้าต่างนอน ทำให้ร่างกายถูก "ลมพายุลอบโจมตี" ได้ง่าย เพราะขณะนอนหลับ อวัยวะต่างๆ ทำงานลดลง ภูมิคุ้มกันลดลง ลมเย็นที่พัดจากพื้นดิน พร้อมกับฝุ่นและเชื้อโรค สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ ทำให้เกิดอาการอักเสบของลำคอ หรืออักเสบของหลอดลม ลมพายุลอบโจมตีบริเวณศีรษะและใบหน้าของคนที่นอนหลับ ทำให้เกิดอาการปวดหัวด้านข้าง หรือแม้แต่อาการปากเบี้ยว ตาเหลือก น้ำลายไหล ซึ่งเกิดจากไวรัสโจมตีระบบประสาทใบหน้า ลมพายุลอบโจมตีบริเวณท้องที่ไม่ได้ปิดผ้าห่ม ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ลมพายุลอบโจมตียังดึงดูดแมลง ทำให้แมลงดูดเลือด พร้อมกับแพร่เชื้อโรค เช่น โรคมาลาเรีย โรคตัวตุ่น โรคสมองอักเสบชนิดบี ให้กับผู้ถูกกัด ลมพายุลอบโจมตีในเวลากลางคืนทำให้กล้ามเนื้อตึง ไม่สามารถผ่อนคลายได้ ทำให้สารเคมีที่เกิดจากการเผาผลาญสะสม ทำให้ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้า ปวดเมื่อยทั้งตัวในวันถัดไป เราใช้คำว่า "ฤดูที่มีปัญหามาก" เพื่อเปรียบเทียบอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งอาจเป็นเพราะ "ลมพายุลอบโจมตี" นี่เอง วิธีป้องกันลมพายุลอบโจมตี ควรใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม ปิดผ้าห่มให้เพียงพอ อย่าเพียงเพราะกลางวันร้อน จึงถอดเสื้อผ้าออก แต่ก็อย่าสวมเสื้อผ้าขนสัตว์เร็วเกินไป ควรปล่อยให้ร่างกาย "เย็นเล็กน้อย" ("秋冻") เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อลมพายุลอบโจมตีในฤดูใบไม้ร่วง
|