ยาเหนียวเป็นรูปแบบยาจีนแบบดั้งเดิม ที่ได้รับความนิยมเพราะใช้ง่าย และมีผลรักษา ปรับสมดุลที่ดี แพทย์จีนเชื่อว่า ทุกฤดูกาลสามารถกินยาเหนียวเพื่อเสริมพลัง แต่ฤดูหนาวถือว่าดีที่สุด ประโยชน์ของการกินยาเหนียวภายใน ยาเหนียวมักหมายถึงยาที่กินเข้าไป หรือเรียกว่า ยาเหนียว ซึ่งเป็นการต้มสมุนไพร แล้วกรองเอาเศษออก คั้นน้ำ แล้วใส่ไซรัป น้ำผึ้ง หรือยาเอ๋อเจียว ต้มจนเป็นของเหลวข้น ตัวอย่างเช่น ยาเหนียวลูกแพร์ ยาเหนียวเป็นบีบ ฯลฯ ยาเหนียวภายในแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาเหนียวเนื้อสัตว์ และยาเหนียวเนื้อพืช ถ้าใช้ น้ำผึ้ง หรือน้ำตาลทราย ในการทำให้ข้น ถือว่าเป็นยาเหนียวเนื้อพืช ถ้าใช้ ยาเอ๋อเจียว ยาลูกอีเหยิน ยาเต่า ฯลฯ ที่เป็นสารจากสัตว์ ถือว่าเป็นยาเหนียวเนื้อสัตว์ ยาเหนียวมีคุณสมบัติ คือ บำรุงร่างกาย ปรับสมดุล รักษาขณะบำรุง รักษาขณะปรับสมดุล ปรับตามอาการ ปรับตามบุคคล ช่วยปรับสมดุลและรักษาโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอได้ดี ถ้าสูตรถูกต้อง ใช้ถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังหายดี ยังช่วยเสริมพลังงาน ทำให้สุขภาพดี ป้องกันโรคได้ ยังมีข้อดีอื่นๆ เช่น ผลข้างเคียงน้อย ใช้ปริมาณน้อย สะดวก ง่าย ประหยัดเวลาและแรงงาน ความรู้ทางการแพทย์ใน "ราชวงศ์มังกร" ก่อนเสริมพลัง ต้องปรับระบบย่อยอาหารก่อน ก่อนเสริมพลังในฤดูหนาว ควรตรวจสอบสภาพร่างกายว่าเหมาะสมหรือไม่ ขั้นแรก ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดี ลิ้นหนา ท้องอืด ท้องเฟ้อ ควรหลีกเลี่ยงการกินยาเหนียวทันที เพราะจะทำให้อาการแย่ลง ควรให้ยา "ยาเปิดทาง" ด้วยสมุนไพร เช่น ต้นพี ต้นกฤษณา ต้นหนา ต้นจิ้ม ต้นเชื้อ ต้นส้ม ต้มเป็นน้ำดื่ม เพื่อปรับสมดุลลมปราณ ปรับระบบย่อยอาหาร ขั้นที่สอง ผู้ที่ป่วยอยู่ ควรรักษาโรคให้หายก่อน ถ้าป่วยเป็นหวัด ไอ หรือเสมหะ ควรรักษาให้หายก่อน จึงจะเสริมพลังได้ ถ้าไม่ทำเช่นนั้น จะเหมือน "ปิดประตูไว้ แล้วปล่อยให้ศัตรูอยู่ข้างใน" ไม่เพียงแต่ไม่ได้ผล ยังทำให้อาการหวัด ไอ ติดต่อกันไม่หาย การเลือกยาเหนียวต้องพิจารณาตามบุคคล ยาเหนียวแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาเหนียวสำเร็จรูป และยาเหนียวที่ปรุงเฉพาะบุคคล ยาเหนียวสำเร็จรูป คือ ยาที่โรงงานผลิตจากสูตรดั้งเดิมที่ใช้มาช้านาน ใช้กันกว้าง เช่น ยาเหนียวลูกแพร์ ฯลฯ ยาเหนียวเฉพาะบุคคล คือ สูตรที่แพทย์จีนวินิจฉัยตามอาการแล้วจัดให้ ตรงกับแต่ละบุคคล ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ แสดงอาการ เช่น ง่ายต่อการเป็นหวัด หมดแรง ตัวเหงื่อออกง่าย ไม่รู้สึกอยากกิน ชีพจรอ่อน ควรใช้ยาเหนียวที่ทำจาก 人参 ฮวงชี ฟูหลิง ปั่วชู ฯลฯ ผู้ที่มีเลือดอ่อน แสดงอาการ เช่น หน้าซีด ศีรษะเวียน ลืมเรื่อง นอนไม่หลับ ชีพจรละเอียดอ่อน ควรใช้ยาเหนียวที่ทำจาก อาเจียว ซือตี้ ตังกุย ปั่วชอ ฯลฯ ผู้ที่มีร่างกายเย็น แสดงอาการ เช่น ร่างกายผอม ปากแห้ง คอแห้ง ร้อนใน ตัวร้อน ควรใช้ยาเหนียวที่ทำจาก หม่าตง ซาเชิน เต่า จูซี ฯลฯ ผู้ที่มีร่างกายร้อน แสดงอาการ เช่น หนาว แขนขาเย็น ความใคร่ลดลง ปัสสาวะบ่อย หลั่งน้ำอสุจิ ควรใช้ยาเหนียวที่ทำจาก ลู่เจียว ตังจง ฮั่วจี้ ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ ข้อควรระวังในการกินยาเหนียว ควรกินยาเหนียวตั้งแต่ "ชงจี" ไปจนถึง "ลี่ชุน" ประมาณ 50 วัน หรือกินตั้งแต่ "หยี่อี้" ถึง "ลี่อี้" หรือกินจนถึงก่อนวันลี่ชุน ควรควบคุมอาหาร รักษาสมดุลระหว่างการใช้แรงและพักผ่อน ออกกำลังกายพอเหมาะ เพื่อให้ยาเหนียวทำงานได้ดีที่สุด วิธีกินที่ถูกต้อง คือ เก็บยาเหนียวในกระปุกเซรามิกที่ปิดสนิท ทุกเช้า ช้อนใหญ่ละ 1 ช้อน ชงกับน้ำอุ่น หรือตามความจำเป็น อาจชงด้วยเหล้าขาว ถ้าสูตรมียาดิน หรือส่วนประกอบที่เป็นเจล หรือมีปริมาณสูง ยาเหนียวจะเหนียวมาก อาจไม่ละลายน้ำ ควรต้มด้วยน้ำร้อน แล้วค่อยดื่ม ปริมาณยาเหนียวควรกำหนดตามอาการ ร่างกาย และลักษณะยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร ทั่วไปควรเริ่มจากปริมาณน้อย ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เช่น ผู้ใหญ่เริ่มกิน 1 ช้อน ประมาณ 10-15 กรัม ถ้าระบบย่อยดี หลัง 1 สัปดาห์ ให้กินวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนตื่นเช้า และก่อนนอน 1 ชั่วโมง ว่างท้อง ควรระวังว่า ถ้ากินยาเหนียวที่มี 人参 ฮวงชี หรือยาบำรุงพลัง ควรหลีกเลี่ยงการกินหัวไชโป๊ ชา ถือว่ามีผลขัดขวางยา จึงไม่ควรชงยาเหนียวด้วยน้ำชา
|