แพทย์แผนจีน หรือที่เรียกว่า "แพทย์แผนจีน" ตรงข้ามกับ "แพทย์แผนตะวันตก" มาก่อนที่แพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามาในประเทศของเรา แพทย์แผนจีนแทบไม่เคยเรียกตัวเองว่า "แพทย์แผนจีน" แต่กลับมีชื่อเรียกเฉพาะที่มีความหมายลึกซึ้ง ชื่อแรกคือ "จี้หวง" ชื่อนี้มาจากรายงาน "หวงตี้เน่ยจิง" เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นการสนทนาของจักรพรรดิหวงตี้กับจี้ปั่ว จึงเรียกหนังสือว่า "จี้หวงจิ้นซู" จึงกลายเป็นชื่ออื่นของแพทย์แผนจีน ชื่อที่สองคือ "ชิงหนาน" ปัจจุบันคนที่รู้จักและใช้ชื่อนี้มีน้อยมาก ต้นกำเนิดมาจากแพทย์ชื่อดังยุคสามก๊ก ฮัวตัว ถือว่าฮัวตัวถูกประหารก่อนตาย ได้ใส่หนังสือแพทย์ทั้งหมดลงในกระเป๋าสีน้ำเงินส่งมอบให้กับผู้คุมคุกที่เคยให้อาหารและเหล้าให้ หลังจากฮัวตัวตาย ผู้คุมคุกก็กลายเป็นหมอ ทำให้บางส่วนของเทคนิคการแพทย์ของฮัวตัวถูกเผยแพร่ จึงเรียกแพทย์แผนจีนว่า "ชิงหนาน" ชื่อที่สามคือ "อินหลิน" ต้นกำเนิดของชื่อนี้ก็เกี่ยวข้องกับยุคสามก๊ก ตามเอกสารกล่าวว่า ยุคสามก๊ก มีหมอชื่อดังชื่อตงเป๋ง ซึ่งอาศัยอยู่ที่ภูเขาหลูซาน ชาวบ้านแถบนั้นรู้จักและมาขอรักษา แต่ตงเป๋งไม่รับเงิน แต่ขอให้ผู้ที่หายจากโรคเบา ปลูกต้นพุทราหนึ่งต้น ผู้ที่หายจากโรคหนัก ปลูกต้นพุทราห้าต้น หลายปีต่อมา ต้นพุทราหน้าบ้านตงเป๋งกลายเป็นป่าพุทรา มองไม่สิ้นสุด จึงเรียกแพทย์แผนจีนว่า "อินหลิน" ชื่อที่สี่คือ "ซวนฮู" ตำนานเล่าว่า ที่เมืองเย่หนาน มีชายชื่อเฟยชางเฟิง บนถนนเห็นผู้ขายยาแขวนขวดน้ำมันไว้บนเสา แปลกที่ตอนเย็นเมื่อตลาดปิด ผู้ขายก็กระโดดเข้าไปในขวดน้ำมัน อยากทราบความจริง จึงเชิญชวนผู้ขายดื่มเหล้า ผู้ขายเสนอให้เข้าไปในขวดน้ำมัน ปรากฏว่าข้างในมีห้องใหญ่ อาหารอร่อย ดื่มดี จึงขอเป็นศิษย์ ฝึกวิชาเพื่อเป็นเทพ หลายปีต่อมา ได้เก่งพอ ลาออกจากที่ ได้รับไม้เท้าจากผู้สอน ที่สามารถรักษาโรคและขับผี จึงเริ่มเดินทางรักษาโรค ตั้งแต่นั้นมา ขวดน้ำมันที่แขวนที่เอวแพทย์ หรือแขวนหน้าร้าน กลายเป็นสัญลักษณ์ของแพทย์แผนจีน
|