ลิ้นแดงชุ่มชื้น ความชื้นเหมาะสม แสดงถึงระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ลิ้นบนสีเหลืองคล้ำหรือแดงเข้ม บ่งชี้ถึงโรคของลำไส้ใหญ่ พร้อมกับอาการเช่น ไหล่ตึง ลมหายใจไม่สะดวก กลิ่นปาก แผลในปาก เจ็บคอ หูและจมูกอุดตัน ลิ้นบนซีดขาวปนน้ำเงิน บ่งชี้ถึงภาวะเย็นของลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด ปวดท้องเกร็ง หนาวสั่นโดยไม่มีเหตุผล หรือร้อน-เย็นสลับกันอย่างไม่สม่ำเสมอ ลิ้นล่างแดงเข้ม บ่งชี้ถึงภาวะร้อนในกระเพาะอาหาร พร้อมอาการเช่น ปวดท้อง แขนขาหนัก กลืนไม่ลง ท้องอืด ลิ้นล่างซีดขาว บ่งชี้ถึงภาวะเย็นในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการอาเจียนขึ้นมา ท้องเสีย ท้องเย็น ปวดท้องเป็นช่วงๆ ลิ้นด้านในแดงหรือแดงเข้ม บ่งชี้ถึงไฟในตับ อารมณ์หงุดหงิด ปวดแน่นบริเวณใต้ซี่โครง ไม่อยากกินอาหาร ลิ้นด้านในเหลือง บ่งชี้ถึงอาการตับอักเสบ หากสีเข้มขุ่น แสดงว่าตับและถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ ลิ้นแดงเหมือนไฟ บ่งชี้ถึงไข้ ไฟในหัวใจมาก ระบบทางเดินหายใจมีการอักเสบ ลิ้นสีดำคล้ำ บ่งชี้ถึงการทำงานของระบบย่อยอาหารผิดปกติ มักพบอาการท้องผูก ท้องเสีย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ไม่อยากอาหาร ลิ้นซีดขาว บ่งชี้ถึงภาวะเลือดขาด ไหลเวียนโลหิตอ่อนแอ ปลายมือปลายเท้าเย็นและมีสีม่วงในฤดูหนาว หากมีภาวะโภชนาการไม่สมดุล หรือพฤติกรรมชีวิตไม่ดี จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย ลิ้นสองข้างเปลี่ยนเป็นเหลืองและแห้ง บ่งชี้ถึงการทำงานของม้ามบกพร่อง ลดความสามารถในการต้านทานโรคและสนับสนุนการสร้างเม็ดเลือด ทำให้ติดเชื้อง่าย ลิ้นม่วงซีด ตามแพทย์สมัยใหม่เรียกว่า "ซีนอทิก" บ่งชี้ถึงภาวะขาดออกซิเจนหรือพิษจากยา ร่วมกับอาการเช่น ใบหน้าแดงเข้มหรือซีดเขียว แน่นหน้าอก ปวดแสบ ใจสั่นหายใจลำบาก มีรอยคล้ำหรือจุดคล้ำบนลิ้น ลิ้นแตกเป็นร่อง หมายถึงการมีรอยแยกหรือร่องบนริมฝีปาก ตามโบราณเรียกว่า "ลิ้นแตกบวม" หรือ "ลิ้นแห้งแตก" เป็นสัญญาณของภาวะขาดวิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) หรือภาวะร้อนในกระเพาะอาหาร หรือภาวะไฟในตับอ่อน
|