การแข็งตัวของหลอดเลือดสมองเป็นส่วนหนึ่งของโรคหลอดเลือดแข็งตัวทั่วร่างกาย อาการเบื้องต้นมักไม่ถูกจับตา จึงไม่ได้รับการรักษาทันเวลา ทำให้โรคลุกลามรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของผู้สูงอายุ จึงสำคัญมากที่จะต้องป้องกัน ตรวจพบเร็ว และรักษาทันที การแข็งตัวของหลอดเลือดสมองเกิดจากภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองส่วนเปลือกมีประสิทธิภาพลดลง อาการมีดังนี้: 1. ปวดศีรษะ วิงเวียน ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกปวดศีรษะที่หน้าผากหรือท้ายทอย ปวดแบบอึมครึม โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง หรืออาการเดิมที่มีจะรุนแรงขึ้น บางคนรู้สึกเดินไม่สมดุล ถ้าหลอดเลือดที่ฐานสมองเสื่อม จะมีอาการเวียนศีรษะ ตาสั่น คลื่นไส้ รู้สึกชาที่ใบหน้า บางรายมีอาการกลืนลำบาก 2. ความจำเสื่อม สมาธิไม่ดี ความสามารถในการทำงานทางปัญญาลดลง รู้สึกว่าทำงานหรือเรียนหนังสือยาก ความจำเสื่อมแสดงโดยลืมเรื่องใกล้ตัวเร็ว แต่เรื่องเก่าจำได้ดี แต่ความจำเสื่อมยังไม่ชัดเจน 3. ปัญหาการนอนหลับเบื้องต้น คือ นอนไม่หลับ ฝันร้าย ตื่นบ่อย 4. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ได้แย่ลง ร้องไห้ง่าย บางครั้งเศร้า บางครั้งดีใจ ง่ายต่อการโกรธ บางครั้งก็หงุดหงิด สงสัย กลัว ตัดสินใจช้า บางรายมีอาการยิ้มอย่างไม่จริงใจ อาการทางจิตใจเหล่านี้มักทำให้ครอบครัวไม่สงบ อาการทางจิตของโรคหลอดเลือดสมองเสื่อมเริ่มต้นมีความรุนแรงไม่เท่ากัน แตกต่างกันไปในแต่ละคน และเปลี่ยนแปลงไปมา จึงมักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็น "โรคประสาทเสื่อม" "โรคความผิดปกติทางจิต" หรือ "ภาวะหมดประจำเดือน" นอกจากนี้ การแข็งตัวของหลอดเลือดสมองอาจมีอาการแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ถูกกระทบและระดับความรุนแรง เช่น หลอดเลือดแดงภายในคอเสื่อม จะทำให้แขนขาอ่อนแรง ชา หรืออัมพาต หรือสายตาอ่อนแรงหรือตาบอด หลอดเลือดสมองส่วนท้ายเสื่อมทั้งสองข้าง จะทำให้พูดไม่ชัด หัวเราะหรือร้องไห้โดยไม่ตั้งใจ กลืนน้ำหรืออาหารลำบาก บางรายมีพฤติกรรมดูด ถ้าหลอดเลือดสมองส่วนนอกเสื่อม จะทำให้ใบหน้าไร้สีหน้า ดูเหมือนเป็นโรคสมองเสื่อม <สมอง>
|