1 อาการหลักและวิธีรักษาของลำคออักเสบเรื้อรังและเฉียบพลัน: อาการ: เริ่มต้นเฉียบพลัน มีอาการคัน แสบ ปวดที่ลำคอ อาการปวดเพิ่มขึ้นเมื่อกิน อาจมีไข้ ปวดหัว ไม่รู้สึกอยากอาหาร และปวดเมื่อยตามร่างกาย เริ่มต้นเรื้อรัง มีอาการแปลก ๆ ในลำคอ คัน แสบ แห้ง ปวดเล็กน้อย น้ำมูกมีปริมาณไม่แน่นอน แต่ข้น ทำให้เกิดไอเรื้อรัง ตอนเช้าต้องขยับน้ำมูกแรง ๆ อาจทำให้อาเจียน รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดตันที่ลำคอ คอตึง บางครั้งมีอาการปวดที่ตำแหน่งคงที่ในลำคอ บางครั้งรู้สึกเหมือนมีใบไม้ติดอยู่ รู้สึกเหมือนแมลงคลาน คัน รู้สึกเหมือนมีไม้เล็ก ๆ ลาก รู้สึกเหมือนเสมหะติดอยู่ หรือเหมือนลูกเล็ก ๆ ลอยอยู่ในลำคอ ร่วมกับอาการทั่วร่างกาย เช่น ซึมเศร้า สงสัย หายใจไม่อิ่ม นอนไม่หลับ การรักษา: (1) ทางตะวันตกไม่มีวิธีรักษาเฉพาะเจาะจง (2) ทางจีน: ใช้ยาพ่นในลำคอ (ชุยฮูซาน) วันละ 2 ครั้ง เป็นอันดับแรก (3) ยาต้มภายใน: a: ระบายเลือด กระตุ้นเลือด ลดความร้อนในลำคอ ช่วยให้หายใจสะดวก สูตรลำคอ一号 (ยวนเซิน ชงตี้ ตานปี จื่อหมู่ หวังอี้ ชุนซานเจ้า ชวนเป่ย) ฯลฯ มากกว่า 20 ชนิด b: ผ่อนคลายตับ ปรับระบบย่อย ลดความร้อนในลำคอ สูตรลำคอสอง (เป่ยซือ หยุนเซิน ชิ่นปี หัวเซีย จื่อซู ชุนซานเจ้า เบ่ยโม่) ฯลฯ มากกว่า 20 ชนิด เหมาะกับผู้ที่มีอาการแปลก ๆ ในลำคอ อาการเบา รู้สึกเหมือนมีก้อนเสมหะหรือใบไม้เล็ก ๆ อาการหนัก รู้สึกเหมือนก้อนเสมหะอุดตัน ไม่สามารถขับออกหรือกลืนได้ ลำคอไม่ปวด แต่บางครั้งรู้สึกตึง อาหารกลืนได้ปกติ แต่รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือรู้สึกแน่นที่กระเพาะ กลางคืนลำคอแห้ง ลิ้นขาวบาง c: การบำบัดด้วยเข็มหรือคลื่นวิทยุ d: ป้องกันและการออกกำลังกายร่างกาย ระวังการแต่งกาย อาหาร ชีวิตประจำวัน เพิ่มภูมิคุ้มกัน งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ งดอาหารเผ็ด งดความสัมพันธ์ทางเพศ งดของเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง รักษาโรคฟันผุ โรคติดเชื้อเรื้อรังของต่อมน้ำลาย โรคต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรัง ควรดูแลสุขภาพประจำวัน ดื่มน้ำสะอาด ขับถ่ายทุกวัน ป้องกันโรคได้ดี 2 โรคลำคออักเสบเฉียบพลัน: เป็นโรคอักเสบเฉียบพลันของเยื่อบุลำคอ หนึ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่พบบ่อย พบบ่อยหลังจากอักเสบเรื้อรังของจมูกหรือลำคอ ผู้ชายมีอัตราการเกิดสูงกว่า ถ้าเด็กเป็น จะมีอาการรุนแรงกว่า มักเกิดในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ สาเหตุ: การติดเชื้อ: มักเกิดหลังจากเป็นหวัด ต้นเหตุคือไวรัส แล้วตามด้วยการติดเชื้อแบคทีเรีย แบคทีเรียที่พบบ่อย ได้แก่ ทองแดงสีเหลือง แบคทีเรียกลุ่มสเตฟิโลคอกคัส แบคทีเรียพิเนโมเนีย แบคทีเรียอินฟลูเอนซา แบคทีเรียคาทาร์ ฯลฯ ปัจจัยอาชีพ: การหายใจเข้าไปมากเกินไปของฝุ่นจากการผลิต แก๊สอันตราย (เช่น คลอรีน แอมโมเนีย ซัลฟิวริก ไนตริก แก๊สพิษ ควัน ฯลฯ) อาจทำให้เกิดอักเสบเฉียบพลันของเยื่อบุลำคอได้ ผู้ที่ใช้เสียงมาก เช่น ครู นักแสดง นักขายตั๋ว หากใช้เสียงไม่เหมาะสมหรือใช้เสียงมากเกินไป โอกาสเกิดอักเสบเฉียบพลันของเส้นเสียงจะสูงขึ้น บาดแผล: การบาดเจ็บจากวัตถุแปลกปลอม หรือเครื่องมือตรวจ ทำให้เยื่อบุลำคอได้รับบาดเจ็บ อาจนำไปสู่การอักเสบเฉียบพลันของลำคอได้ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หนาว หรือเหนื่อยล้า ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคได้ อาการทางคลินิก: โรคลำคออักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากภาวะติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หรือเป็นการติดเชื้อจากข้างล่างของอักเสบจมูกหรือลำคอ จึงมีอาการอักเสบของจมูกและลำคอ อาการเริ่มต้นมีไข้ หนาว ร่างกายไม่สบายทั่วไป เสียงแหบ: เป็นอาการหลักของโรคลำคออักเสบเฉียบพลัน อาการเบา ทำให้เสียงขาดความนุ่มนวล ชัดเจน โทนเสียงต่ำลง หนาขึ้น อาการหนัก ทำให้เสียงแหบ รุนแรงสุดอาจพูดแค่เสียงกระซิบ หรือเสียงหายไปเลย ปวดลำคอ: ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบาย แห้ง รู้สึกแปลก ๆ ที่ลำคอ มีอาการปวดที่ลำคอและหลอดลม อาการปวดเพิ่มขึ้นเมื่อพูด แต่ไม่กระทบต่อการกลืน ไอ มีเสมหะ: เนื่องจากเยื่อบุลำคออักเสบ ทำให้ผลิตเสมหะมากขึ้น มักมีอาการไอ ช่วงแรกเป็นไอแห้ง ช่วงปลายมีเสมหะข้น ยากที่จะไอออก ติดอยู่ที่เส้นเสียงทำให้อาการแหบแย่ลง การตรวจ: ภายใต้กล้องส่องลำคอ พบว่าเยื่อบุลำคอบวมแดงทั่วบริเวณ เส้นเสียงแดง บางครั้งเห็นเลือดออกใต้เยื่อบุเส้นเสียง ขอบเส้นเสียงบวมหนาขึ้น ปลายแคบ รูปร่างคล้ายแท่ง ขณะพูดไม่สามารถปิดได้ ผิวเส้นเสียงมักมีเสมหะข้นติดอยู่ หัวท่อน้ำเสียง หัวท่อน้ำเสียงก็อาจบวมแดงได้ การรักษา: ชุยฮูซาน: พ่นตรงเส้นเสียง บริเวณที่เป็นโรค วันละ 2 ครั้ง ขจัดเนื้อตาย สร้างเนื้อเยื่อใหม่ ลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด กระตุ้นเลือด ขยายเส้นเลือด กระชับแผล ขจัดเสมหะ นิ่มเนื้อเยื่อ กระจายพลังงาน สงบประสาท บรรเทาอาการไอ ขจัดพิษ ลดความร้อน ลบสาเหตุกระตุ้น: งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ระวังเสียงพูดให้พัก ลดการใช้เสียง ห้ามตะโกน แก้ไขวิธีการใช้เสียง รักษาการติดเชื้อของจมูก ลำคอ ทางเดินหายใจส่วนล่าง ให้ทางเดินหายใจเปิด ลดการกระตุ้นจากสารคัดหลั่งของโรคในอวัยวะใกล้เคียง 3 การรักษาแผลในปากทางจีน: แผลในปาก คือ แผลเกิดในปาก หรือเรียกว่า แผลในปาก ขอบแผลแดง ศูนย์กลางเป็นจุดเน่าสีเหลืองเขียว ปวดมาก น้ำลายไหล ร่วมกับอาการเหม็นปาก ปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้ม ท้องผูก แผลเล็ก ๆ อาจมีแค่ 1-2 จุด แผลรุนแรงอาจขยายครอบคลุมปากทั้งหมด จนทำให้ไข้และร่างกายไม่สบาย แพทย์จีนเชื่อว่า สาเหตุของแผลในปากซ้ำซากซับซ้อน อาจเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ปัจจัยทางพันธุกรรม ความเครียดทางจิตใจมากเกินไป หรือเหนื่อยล้า หากรู้สาเหตุ รักษาตามอาการ ก็จะมีประสิทธิภาพ แพทย์จีนวิเคราะห์ว่า แผลในปากซ้ำซากมี 3 ประเภท: 1. แผลในปากจากภาวะเลือดขาด: แผลมักเกิดที่ริมฝีปาก โคนลิ้น ด้านข้างแก้ม แผลมีสีขาวเทา รอบแผลบวมแดงเล็กน้อย แผลหายแล้วเกิดใหม่ ไม่หยุด หลังหายไม่มีรอยแผล ร่วมกับอาการปวดแผลรุนแรง ปวดศีรษะ ปวดศีรษะลากไปถึงกระดูกคิ้ว ประจำเดือนมามาก รู้สึกเหนื่อยล้า ใจสั่น นอนไม่หลับ สาเหตุมาจากเลือดในร่างกายขาด ทำให้เลือดไม่เพียงพอในการเลี้ยงสมอง จึงเกิดปวดศีรษะ ด้วยการรักษาตามอาการทางจีน สามารถรักษาให้หายได้ 2. แผลในปากจากไฟตับมาก: แผลมักเกิดที่ริมฝีปาก ฟัน ปลายลิ้น ด้านข้างแก้ม แผลเป็นสีขาวเหลือง รอบแผลบวมแดง จำนวนแผลมากอาจรวมกันเป็นแผ่น ปวดมาก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ศีรษะคัน ตาพร่า งี่เง่า รสชาติขม สาเหตุมาจากสภาวะร่างกายตับไฟมากเกินไป ช่วงมีประจำเดือนเลือดไหลลง ทำให้เลือดขาด ไม่สามารถควบคุมไฟตับได้ จึงเกิดปวดศีรษะและแผลในปาก ควรระวังลดไฟตับ ใช้สูตรลั่งตันเชี่ยซีเหวียนตัง รักษาได้ผลดี 3. แผลในปากจากเลือดคั่ง: แผลมีสีเทาขาว ลักษณะคือ เร็วในการเกิด แต่หายช้า ผู้หญิงมักเกิดแผลหลายจุดทันทีก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน ปวดรุนแรง ปวดศีรษะตำแหน่งคงที่ ประจำเดือนมีสีม่วงดำ มีรอยเลือดออกเป็นจุด ถ้าไม่รักษาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ในการป้องกันแผลในปากช่วงมีประจำเดือน ควรรักษาอารมณ์ให้ดี ทำงานและพักผ่อนให้สมดุล รับประทานยาตามระยะเวลา หลีกเลี่ยงการเหนื่อยล้า อาหารควรเป็นกลาง ทานผลไม้ ผักสด ดื่มน้ำมาก ระหว่างรักษา ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด รสจัด บางแผลซ้ำซากเกี่ยวข้องกับการทำงานของลำไส้ ขาดสารอาหารบางชนิด ภูมิคุ้มกันลดลง ความสะอาดช่องปากไม่ดี หรือปัจจัยทางจิตใจ ควรใช้วิธีรักษาแบบรวม นอกจากรักษาภายนอก ยาต้มภายใน ควรดูแลสุขอนามัยช่องปาก รักษาอารมณ์ให้ดี หลีกเลี่ยงการเหนื่อยล้า ดื่มน้ำมาก ทานผัก ผลไม้สด อาหารควรเป็นกลาง ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด กระตุ้น การรักษา: ชุยฮูซาน ใช้ภายนอกบริเวณแผลในปาก ยาต้มภายใน: ยาต้มลดความร้อน ขจัดพิษ 4 ปัญหาเส้นเสียงน้อย: เรียกอีกอย่างว่า ปัญหาเส้นเสียงน้อย ปัญหาเส้นเสียงน้อยของนักร้อง คือ หนึ่งในรูปแบบของอักเสบเรื้อรังของเส้นเสียง เกิดจากโรคอักเสบเรื้อรัง สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดจากใช้เสียงมากเกินไปหรือใช้เสียงไม่ถูกวิธี พบบ่อยในครูสอนในห้องเรียนใหญ่ นักร้องที่ร้องเสียงสูงเกินกว่าเสียงธรรมชาติ ตำแหน่งที่เกิดโรคส่วนใหญ่อยู่ที่จุดกึ่งกลางของเยื่อเส้นเสียง ซึ่งก็คือจุดที่เสียงสูงสุดเกิดการสั่นสะเทือน ระยะแรกเป็นเลือดออกใต้เยื่อ ต่อมาเกิดการเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อ ค่อย ๆ พัฒนาเป็นก้อนเล็ก อาการทางคลินิก: ระยะแรก ร้องเสียงสูงแล้วเสียงแตก หรือเรียกว่า “เสียงเสียง” ใช้เสียงง่ายตึง ไม่ทนนาน ร้องเสียงต่ำไม่มีการเปลี่ยนแปลง ค่อย ๆ แย่ลง กลายเป็นเสียงแตก (เสียงดัง) หายใจไม่ดี อาการเสียงแหบเริ่มจากเป็นช่วง ๆ กลายเป็นต่อเนื่อง การตรวจ: ด้วยกล้องส่องเส้นเสียง พบว่า ขอบที่แยกกันของเส้นเสียง บริเวณกึ่งกลาง 1/3 ด้านหน้า ทั้งสองด้านมีการยกตัวขึ้น ระยะแรกคล้ายก้อนเนื้อที่นิ่มสีแดง บวม ระยะยาว กลายเป็นก้อนเล็กสีขาว โปร่งแสง ผิวเรียบ ฐานมีเส้นเลือดเล็ก ๆ ปรากฏ ขณะพูดก้อนเล็กทั้งสองด้านสัมผัสกัน ทำให้เส้นเสียงปิดไม่สนิท 5 ปัญหาเส้นเสียงเนื้องอก: มักเกิดที่ขอบด้านหน้า 1/3 ของเส้นเสียงด้านใดด้านหนึ่ง เรียกว่า เนื้องอกเส้นเสียง สาเหตุ: เกิดจากใช้เสียงไม่ถูกวิธี หรือเกิดจากเสียงดังครั้งเดียว หรือเกิดจากติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เป็นโรคเรื้อรังของเส้นเสียง ทางพยาธิวิทยา: ระยะแรก เกิดการสะสมของของเหลวในชั้นใต้เยื่อชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดการบวม หลอดเลือดขยายตัวและเลือดออก ต่อมาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการเปลี่ยนแปลงเป็นกระจกใส โปร่งแสง หรือการเพิ่มขึ้นของเนื้อเยื่อเส้นใย กลายเป็นเนื้องอกเส้นเสียงรูปไข่หรือกลม แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดจำกัดและชนิดฐานกว้าง อาการทางคลินิก: อาการหลักคือเสียงแหบ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของเนื้องอก ขนาดเล็กชนิดจำกัด ทำให้เสียงเปลี่ยนเล็กน้อย ชนิดฐานกว้างเสียงแหบมาก เสียงต่ำ ไม่หลากหลาย ไม่สามารถร้องเพลงได้ หรือเสียงหายไปเลย ขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดเสียงหอบและหายใจลำบาก การตรวจ: ด้วยกล้องส่องเส้นเสียง เนื้องอกเส้นเสียงชนิดจำกัดมักอยู่ที่ด้านหน้า 1/3 ของเส้นเสียงด้านใดด้านหนึ่ง ฐานเล็ก มีขา รูปทรงกลมหรือรูปไข่ สีชมพู แดง หรือขาวเหลือง โผล่ออกมาจากขอบเส้นเสียง สามารถเคลื่อนไหวขึ้นลงตามการหายใจ บางครั้งแขวนอยู่ใต้เส้นเสียง มองเห็นได้เฉพาะตอนหายใจออก ชนิดฐานกว้าง พบก้อนเนื้อสีเทาขาวหรือแดงอ่อน ฐานกว้าง พบบ่อยด้านใดด้านหนึ่ง พบทั้งสองด้านน้อย 6 โรคต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรัง: โรคต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรังมักเกิดจากอักเสบต่อมน้ำลายเฉียบพลันซ้ำ ๆ หรือเนื่องจากหลอดต่อมน้ำลายระบายน้ำไม่ดี แบคทีเรียและไวรัสในหลอดต่อมน้ำลายเจริญเติบโตและติดเชื้อ ทำให้กลายเป็นอักเสบเรื้อรัง หลังจากเป็นโรคติดเชื้อเรื้อรัง (เช่น หัดเย็น หัด ไข้หวัด หัดเย็น ฯลฯ) อาจทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ โรคติดเชื้อในจมูกและโพรงจมูกก็สามารถเกิดร่วมกับโรคได้ กลไกการเกิดยังไม่ชัดเจน แต่มีสองทฤษฎีที่ยอมรับกันทั่วไป (1) เกิดจากอักเสบเรื้อรังซ้ำ ๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันลดลง กลายเป็นโรคเรื้อรัง (2) เกิดการแพ้ตัวเอง อาการทางคลินิก: ลักษณะสำคัญคือ มีประวัติอักเสบเรื้อรัง แต่ในช่วงเวลาปกติไม่มีอาการรู้สึกผิดปกติ บางครั้งผู้ป่วยรู้สึกแห้ง คัน รู้สึกแปลก ๆ ในลำคอ ไอเรื้อรัง กลิ่นปาก ฯลฯ ถ้าต่อมน้ำลายโตเกินไป อาจเกิดปัญหาการหายใจ กลืน หรือการสื่อสาร ด้วยการกลืนน้ำมูกอักเสบซ้ำ ๆ ทำให้ลำไส้ได้รับผลกระทบ หรือแบคทีเรีย สารพิษในหลอดต่อมน้ำลายถูกดูดซึม ทำให้เกิดอาการทั่วร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ปวดหัว หมดแรง ไข้ต่ำ การตรวจ: ต่อมน้ำลายและเส้นเอ็นลิ้นแดงเรื้อรัง รูเปิดหลอดต่อมน้ำลายเห็นจุดสีเหลืองขาวคล้ายก้อนเนื้อ บางครั้งต้องกดเส้นเอ็นลิ้นด้วยไม้กดลิ้นจึงจะเห็นจุดเหล่านี้ออกมา ขนาดต่อมน้ำลายไม่แน่นอน เด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่เป็นแบบเพิ่มจำนวน ต่อมน้ำลายโต ผู้ใหญ่ต่อมน้ำลายมักเล็กลง แต่ผิวหนังมีรอยแผลเป็น ไม่เรียบ ติดกับเนื้อเยื่อรอบข้าง ต่อมน้ำลายล่างกรามโต ภาวะแทรกซ้อน: ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากแบคทีเรียและสารพิษในหลอดต่อมน้ำลาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบ โรคหัวใจอักเสบ โรคหัวใจ โรคไต ไข้ต่ำเรื้อรัง ฯลฯ ดังนั้น โรคต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรังจึงถือเป็นแหล่งติดเชื้อ "จุด" หนึ่งของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวิธีวัดที่แน่นอนว่า "จุด" นี้เชื่อมโยงกับโรคทั่วร่างกายอย่างไร การรักษา: ยาจีนสมุนไพร (1) ชุยฮูซาน พ่นตรงบริเวณต่อมน้ำลายที่เป็นโรค วันละ 2 ครั้ง (2) การเจาะเข็มขับหนอง (3) ยาต้มภายใน (1) แบบลมร้อน: ขจัดลม ลดความร้อน ขจัดพิษ ลดบวม (2) แบบเสมหะร้อน: ลดความร้อน ขยายปอด ขจัดเสมหะ ช่วยให้หายใจสะดวก 7 โรคต่อมน้ำลายอักเสบเฉียบพลัน: เป็นการอักเสบเฉียบพลันของต่อมน้ำลาย ซึ่งมักมีอาการอักเสบของลำคอในระดับต่าง ๆ โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อย แพทย์จีนเรียกว่า "ลู่เอ๋อ" เรียกโรคต่อมน้ำลายอักเสบเฉียบพลันว่า "ลู่เอ๋อที่เป็นแผล" หรือ "โรคหัวใจอักเสบ" พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่น พบได้บ่อยในช่วงเปลี่ยนฤดู ความร้อนและความเย็นเปลี่ยนแปลง สาเหตุ: หนาว ชื้น เหนื่อยล้า ดื่มแอลกอฮอล์มาก ไอระเหยอันตราย หรือมีโรคเรื้อรังในทางเดินหายใจส่วนบน อาการทางคลินิก: แบ่งเป็น 2 ประเภท (1) ต่อมน้ำลายอักเสบแบบเรื้อรัง: อาการไม่รุนแรง โรคจำกัดเฉพาะเยื่อบุผิว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในหลอดต่อมน้ำลายหรือเนื้อเยื่อต่อมน้ำลาย อาการคล้ายกับอักเสบเรื้อรังของลำคอ มีอาการปวดคอ ไข้ต่ำ และอาการทั่วร่างกายอื่น ๆ ที่เบา ในการตรวจพบว่าเยื่อบุต่อมน้ำลายและเส้นเอ็นลิ้นแดงบวม ต่อมน้ำลายไม่บวมมาก ผิวไม่มีสารคัดหลั่ง (2) ต่อมน้ำลายอักเสบแบบหนอง: โรคเริ่มจากหลอดต่อมน้ำลาย แล้วขยายไปยังเนื้อเยื่อต่อมน้ำลาย ทำให้ต่อมน้ำลายบวมชัดเจน รุนแรงอาจเกิดเป็นถุงหนองหลายจุด หลอดต่อมน้ำลายเต็มไปด้วยสารคัดหลั่งที่ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนังที่หลุดร่วง โปรตีนไฟเบอร์ริน เซลล์หนอง แบคทีเรีย ฯลฯ แล้วถูกขับออกมาจากหลอดต่อมน้ำลาย โรคเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว อาการทั้งในท้องถิ่นและทั่วร่างกายรุนแรง ปวดคอรุนแรง กลืนลำบาก ปวดแพร่กระจายไปยังหู ต่อมน้ำลายล่างกรามบวม บางครั้งรู้สึกไม่สะดวกในการหันหัว ร่างกายมีอาการหนาวสั่น ไข้สูง เด็กอาจมีอาการชัก อาเจียน หรือหลับไม่รู้สึกตัว ในการตรวจพบว่าต่อมน้ำลายบวมใหญ่ รอบต่อมแดง หลอดต่อมน้ำลายมีจุดหนองสีเหลืองขาว จุดหนองเชื่อมกันเป็นแผ่นเทียม แต่ไม่เกินขอบต่อมน้ำลาย ลอกออกง่าย ไม่ทิ้งแผลเลือด ถ้าเนื้อเยื่อต่อมน้ำลายมีการอักเสบเป็นหนอง อาจเห็นจุดสีเหลืองขาวเด่นชัดบนผิว การรักษา: ยาจีนสมุนไพร (1) ชุยฮูซาน พ่นตรงบริเวณต่อมน้ำลายที่เป็นโรค วันละ 2 ครั้ง (2) การเจาะเข็มขับหนอง (3) ยาต้มภายใน (1) แบบลมร้อน: ขจัดลม ลดความร้อน ขจัดพิษ ลดบวม (2) แบบเสมหะร้อน: ลดความร้อน ขยายปอด ขจัดเสมหะ ช่วยให้หายใจสะดวก<แผลในปาก>
|