“เด็ก 50% ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลบ่อย” ดร. หวังกั่วเหว่ย หัวหน้าแผนกบริการผู้ป่วยทั่วไป โรงพยาบาลจีนแพทย์แผนโบราณปักกิ่ง กล่าวเช่นนี้ หมายถึง ผู้ปกครองที่พาลูกมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งในเช้าวันนั้น ให้ยา แต่ยังมีไข้ จึงพาไปโรงพยาบาลอีกแห่ง ช่วงอากาศเปลี่ยน ฤดูเปลี่ยน ถึงช่วงที่หวัดระบาด ตามการเฝ้าระวังของศูนย์ควบคุมโรคกรุงปักกิ่ง ปีนี้อัตราการระบาดของไข้หวัดใหญ่จะเพิ่มขึ้น ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ถ้ามีอาการปวดหัว ไข้ ผู้ปกครองก็รีบพาไปโรงพยาบาลหลายแห่ง ดร. หวังกั่วเหว่ย ซึ่งเคยเป็นแพทย์เด็กมากว่า 10 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันปรากฏการณ์นี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกของผู้ปกครองเข้าใจได้ แต่ทุกโรคต่างมีกฎเกณฑ์การเกิดและพัฒนา ผู้ป่วยเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ไข้จะอยู่นาน อาการถึงจะดีขึ้น ผู้ปกครองจำนวนมากขาดความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ ลูกมีไข้ จึงรู้สึกสิ้นหวัง ตามการสังเกตของดร. หวังกั่วเหว่ย ประมาณ 30%–50% ของผู้ปกครอง หลังให้ยา 1–2 ครั้ง ไม่เห็นไข้ลดหรืออาการดีขึ้น จึงไปโรงพยาบาลอีกแห่ง ด้วยเหตุผลที่แพทย์มีวิธีการใช้ยาต่างกัน ทำให้ยาตัวหนึ่งใช้แค่ 1–2 ครั้ง ก็เปลี่ยนเป็นอีกตัว ยาตัวเดิมยังไม่ได้แสดงฤทธิ์ก็ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบันมียาปฏิชีวนะหลากหลาย ทำให้การใช้ยาปฏิชีวนะไม่เหมาะสมได้ง่าย ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เป็นช่วงที่โรคระบบหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ระบาด ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ อาจติดเชื้อข้ามกันได้ในโรงพยาบาล ดร. หวังกั่วเหว่ยเตือนผู้ปกครองว่า หากลูกมีอาการหายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ปลายจมูกมีสีม่วง หรือหมดแรง ควรรีบไปพบแพทย์ แต่ถ้าอาการไม่เปลี่ยนแปลง อย่าไปโรงพยาบาลหลายแห่งในหนึ่งวัน <หวัด>
|