การสังเกตใบหน้า เป็นหนึ่งในเนื้อหาของ “การสังเกต” ที่แพทย์แผนจีนโบราณสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ขอเล่าเรื่องหนึ่งก่อน ตามที่บันทึกไว้ใน “สีจี้” แพทย์ชื่อดังในยุคสงครามระหว่างรัฐ ชื่อเปี่ยนจือ ได้ผ่านเมืองฉี ได้เห็นก๊กฮวนฮู มองเห็นสีหน้าและสีหน้าของฮวนฮูมีสัญญาณของโรค จึงกล่าวกับเขา “ท่านมีโรคที่ผิวหนัง ถ้าไม่รักษา จะลุกลามเข้าสู่ร่างกาย” ฮวนฮูตอบว่า “ข้าไม่มีโรค” เปี่ยนจือออกไป ฮวนฮูพูดกับคนรอบข้างว่า “หมอเพื่อเงิน จึงพยายามรักษาคนที่ไม่มีโรค” ผ่านไป 5 วัน เปี่ยนจือพบฮวนฮูอีกครั้ง บอกว่าโรคได้ลุกลามเข้าสู่หลอดเลือด ผ่านไปอีก 5 วัน บอกว่าโรคได้ลุกลามเข้าสู่ลำไส้และกระเพาะอาหาร แต่ฮวนฮูยังปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ผ่านไปอีก 5 วัน เปี่ยนจือสังเกตสีหน้าของฮวนฮู รู้ว่าเขาป่วยหนักแล้ว ไม่สามารถรักษาได้ จึงหันหลังวิ่งหนี ฮวนฮูส่งคนไปถาม แต่เปี่ยนจือกล่าวว่า “เมื่อโรคอยู่ที่ผิวหนัง สามารถรักษาด้วยยาล้าง หรือยาอบ ถ้าโรคเข้าสู่หลอดเลือด ยังสามารถรักษาด้วยการสอดเข็ม ถ้าโรคเข้าสู่ลำไส้และกระเพาะอาหาร ยังสามารถรักษาด้วยยาหมัก แต่ตอนนี้โรคได้ลุกลามเข้าสู่กระดูก แม้แต่เทพเจ้าตายก็ไม่สามารถช่วยได้ ดังนั้นข้าไม่มีอะไรจะขอ” ผ่านไปอีก 5 วัน ฮวนฮูเสียชีวิตจากโรคหนัก จากเรื่องนี้ ไม่ยากที่จะเห็นว่า เปี่ยนจือมีทักษะการสังเกตอย่างยอดเยี่ยม สามารถ “สังเกตแล้วรู้” ได้ อาจมีการอวดอ้างเล็กน้อย แต่ก็แสดงให้เห็นว่า “การสังเกตสีหน้าและสีหน้า” มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าใจอาการ วินิจฉัยโรค และพยากรณ์โรค วิธีสังเกตใบหน้า ต้องสังเกตทั้งสีหน้าและสีหน้าของผู้ป่วยอย่างละเอียด
|