เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน โรงพยาบาลใหญ่แห่งกองทัพหนานจิง ได้ดำเนินการปลูกถ่ายไตครั้งที่ 1,000 สำเร็จ สถิติแสดงว่า ผลลัพธ์ระยะยาวของการปลูกถ่ายไตของสถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน ได้เกินกว่าสหรัฐอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่า สาเหตุหลักคือการรักษาแบบผสมผสานระหว่างแผนจีนและแผนปัจจุบัน พวกเขาใช้สมุนไพรเช่น ต้นดาฮัว (Da Huang) เพื่อป้องกันภาวะการขับไล่ จึงลดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างสูงสุด ศาสตราจารย์หลี่เลี่ยอชี นักวิชาการโรคไตชื่อดังระดับโลก สมาชิกวิทยาลัยวิศวกรรมจีน กล่าวว่า ความสำเร็จของการปลูกถ่ายไต ขึ้นอยู่กับสองตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ อัตราการอยู่รอดของผู้ป่วย และอัตราการอยู่รอดของไต ข้อมูลจากหน่วยงานการปลูกถ่ายไตแห่งสหรัฐอเมริกา (UNOS) แสดงว่า จนถึงสิ้นปี 2003 ทั้งในช่วง 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี ตัวชี้วัดทั้งสองของสถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน โรงพยาบาลใหญ่แห่งกองทัพหนานจิง ยังสูงกว่าสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น อัตราการอยู่รอดของผู้ป่วยและไตหลังการปลูกถ่าย 10 ปี คือ 60.9% และ 37.0% ตามลำดับ ในขณะที่สหรัฐอเมริกา คือ 57.9% และ 36.4% แม้ในอดีต อัตราการอยู่รอดของผู้ป่วยและไตหลังการปลูกถ่าย 1 ปี ของสถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน จะต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา แต่ในปีนี้ หลังจากดำเนินการปลูกถ่าย 113 กรณี ทั้งสองตัวชี้วัดอยู่ที่ 100% ด้านเทคโนโลยีการปลูกถ่ายไตของสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดระดับโลก ศาสตราจารย์หลี่เลี่ยอชี กล่าวว่า แม้สหรัฐอเมริกาจะมีสถิติการปลูกถ่ายไตหลายหมื่นกรณี แต่สถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน ใช้ข้อมูลจากการปลูกถ่ายประมาณ 900 กรณี แต่ก็เพียงพอที่จะแสดงถึงความสำเร็จที่โดดเด่นของจีนในด้านนี้ ศาสตราจารย์หลี่เลี่ยอชี กล่าวว่า สถาบันโรคไตแห่งกองทัพจีน ใช้แนวทางการรักษาแบบผสมผสานระหว่างแผนจีนและแผนปัจจุบัน นำเทคโนโลยีและยาจากต่างประเทศมาใช้ พร้อมทั้งใช้จุดแข็งของแพทย์แผนจีน เช่น การใช้สมุนไพรต้นดาฮัว เพื่อป้องกันภาวะการขับไล่ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดระยะยาวของการปลูกถ่ายไตได้อย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งระบบติดตามผลผู้ป่วยปลูกถ่ายไตแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเก็บข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโรคของผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาลไว้ในฐานข้อมูล ติดตามอาการและปรับแผนการรักษาได้ทันที อัตราการติดตามผลสูงถึง 96% จึงช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดระยะยาวของการปลูกถ่ายไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|