การชมนกเพื่อปรับอารมณ์และเสริมสร้างจิตใจ เสียงร้องของนกที่ตนเองเลี้ยง ไม่ต่างจากนักดนตรีหรือผู้บรรยายที่ได้ยินผลงานที่ตนเองรัก ความแตกต่างคือ งานศิลปะหรือผลงานดนตรีโดยทั่วไปเป็นผลผลิตทางจิตใจที่เป็นส่วนตัว แต่การเลี้ยงนกที่ดีต้องอาศัยความร่วมมือกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ผู้เลี้ยงนกจึงต้องมีความสุขและขยันขันแข็ง จึงจะเลี้ยงนกที่ดีได้ นั่นคือ ความสุขที่เกิดจากการเลี้ยงนก พร้อมกับความขยันขันแข็ง ทำให้กิจกรรมการเลี้ยงนกกลายเป็นวิธีบำบัดสุขภาพที่แปลกประหลาด สีสันของนกที่สดใส ท่าทางที่งดงาม ทำให้จิตใจผู้คนรู้สึกดี บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ ด้วยการชมขนที่มีสีสันหลากหลายและท่าทางที่ว่องไว ทำให้รู้สึกเหมือนกลับสู่ธรรมชาติ ผู้คนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือเรียนหนังสือ หากได้ชมความงดงามของนกที่หลากหลาย ความเหนื่อยล้าจะหายไปทันที ได้รับความสุขอย่างไม่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้น ความงามของนกมีลักษณะเฉพาะที่งานศิลปะมนุษย์ไม่สามารถเทียบได้ นั่นคือ นกมีชีวิตที่มีชีวิตชีวา จิตวิญญาณที่แท้จริง จั่ว เต๋อ ในบทกวี "ตีนเด็กนก" ได้เขียนไว้ว่า: "เสื้อผ้าของนักบวชที่มีลายดาว สาวน้อยจากวัดจื่อหยางแปลงร่างเป็นนก สามารถส่งข่าวฤดูใบไม้ผลิจากสวรรค์ ถ้าไปถึงพุ่มพวง อย่าบอกว่ากลับมา" บทกวีนี้บรรยายถึงนกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "นกเด็กนก" ซึ่งมีมงกุฎขนสีน้ำตาลแดงโดดเด่นบนหัว เมื่อขยายออกเหมือนพัดดอกไม้ ขนร่างสีแดงน้ำตาล พร้อมแถบขาว ทำให้รูปร่างดูโดดเด่น มีเสน่ห์ นกที่เลี้ยงไว้สามารถปรับสมดุลชีวิต ปรับอารมณ์ ตกแต่งบ้าน ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ทำให้บ้านมีบรรยากาศชนบท แขวนกรงนกไว้ในบ้าน ใส่สัตว์เลี้ยงที่มีสีสันสดใสหรือเรียบง่าย ทำให้บ้านดูดีขึ้น ถ้าวางขนนกไว้ที่ตำแหน่งที่เหมาะสม หรือใช้ขนนกตกแต่งของใช้อื่น ๆ ก็สามารถเพิ่มความงามให้ชีวิตได้ ดังนั้น การชมนกจึงมอบไม่เพียงแค่ความงาม แต่ยังมอบความงามที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงรสชาติของธรรมชาติและชีวิตที่มีชีวิตชีวา ความงามนี้มีบทบาทที่ไม่อาจแทนที่ได้ในการปลอบใจจิตใจ ซึ่งเป็นความงามที่ไม่สามารถแทนที่ได้ด้วยกิจกรรมบำบัดสุขภาพอื่น ๆ
|