กลิ่นปากทำให้รำคาญใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางสังคม สาเหตุของกลิ่นปากมีหลายประการ เช่น ฟันผุ โรคในช่องปาก แต่โดยมากเกิดจากภาวะลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว แนะนำสูตรยาพิสูจน์ต่อไปนี้ 1. ดื่มน้ำผลไม้ใบสด ใช้ใบผักสด (หรือใบหัวไช้ ใบปลีก) ล้างน้ำสะอาด ล้างด้วยน้ำเปล่า สะเด็ดแห้ง แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใช้เครื่องคั้นน้ำ หรือบดในภาชนะ คั้นน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าสะอาด ดื่มพร้อมน้ำเย็นเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ จะเห็นผล 2. รับประทานผักกาดดิบบ่อยๆ หั่นผักกาดเป็นชิ้น ใส่เกลือเล็กน้อย ทิ้งไว้สักพัก แล้วเทน้ำเกลือออก ใส่ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล น้ำมันงาเล็กน้อย เป็นสลัด รสชาติดี หั่นใบผักกาด ใส่เกลือเล็กน้อย ทิ้งไว้สักพัก แล้วใส่น้ำมันงา ใช้เป็นอาหาร พร้อมรักษาอาการปากเหม็น 3. ใบโหระพา 9 กรัม ต้นศิลปะ 3 กรัม ต้มเป็นน้ำ แบ่งเป็น 2 ครั้ง ค่อยๆ อม วันละ 1 ครั้ง 4. น้ำผึ้งบริสุทธิ์ 30 กรัม ผสมน้ำอุ่น ดื่มทีเดียว 5. โสม 3 กรัม ชวนซือ 6 กรัม ตงเซียง 9 กรัม บ๊วยจิ้ว 15 กรัม บดให้ละเอียด ผสมกัน ใช้น้ำผึ้งผสมเป็นเม็ด กลืนกิน วันละ 2 ครั้ง 6. ผิวส้ม 30 กรัม ล้างสะอาด ต้มด้วยน้ำ ดื่มแทนชา รักษาอาการปากเหม็นจากคนสูบบุหรี่ สองสูตร: 1. ใช้น้ำส้มสายชูปริมาณพอเหมาะ อมในปาก ขยับเคลื่อนไหว 2–3 นาที แล้วทิ้ง ตามด้วยการล้างปากด้วยน้ำสะอาด 2. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ยาที่ใช้ในทางการแพทย์) ปริมาณพอเหมาะ ผสมน้ำ แล้วแปรงฟันก่อน อมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปาก โน้มตัวลง หลีกเลี่ยงกลืน ทิ้งไว้สักพัก แล้วทิ้ง ล้างปากด้วยน้ำสะอาดหลายครั้ง หากมีอาการปากเหม็นเรื้อรัง ร่วมกับน้ำหนักลด ไข้ ปวดข้อ ควรสงสัยว่ามีโรคระบบ ได้แก่ โลหิตจาง ตับล้มเหลว ขาดธาตุสังกะสี หรือมะเร็ง ผู้สูงอายุที่มีอาการปากเหม็นเรื้อรัง ร่วมกับเจ็บคอ เสียงแปลก ไอ หรือเสมหะเลือด หรือปวดท้องส่วนบน ท้องอืด ควรรีบไปพบแพทย์ตรวจ ป้องกันการวินิจฉัยและรักษาล่าช้า <กลิ่นปาก>
|