โรคกระดูกพรุนหลังหมดประจำเดือนเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ข้อมูลจากต่างประเทศระบุว่า ความเสี่ยงในผู้หญิงอายุเกิน 60 ปี อยู่ที่ 58% โรคเกิดจากระดับฮอร์โมนที่ผลิตจากไข่ที่ลดลง ทำให้เกิดอาการปวดกระดูก หักกระดูก กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิง ทำให้อัตราการพิการและอัตราการตายสูงขึ้น เนื่องจากกลไกการเกิดโรคยังไม่ชัดเจน จึงทำให้การรักษาด้วยยาต้องจำกัด และการใช้ยาเคมีนานๆ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยได้ ผลการวิจัยด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่ใช้การฝังเข็ม พบว่า การอบด้วยสมุนไพรเอี้ยงสามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือดของผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี จากรายงานนี้ นักวิจัยได้ใช้แนวคิดแพทย์แผนจีน และนำความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนหลังหมดประจำเดือน มาสรุปว่า สาเหตุหลักคือ "ไตอ่อนแอ" ร่วมกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สมดุล จึงทำให้เกิดกระดูกพรุน การรักษาเน้นการเสริมไต ร่วมกับการเสริมม้าม ใช้เครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยรังสีเอกซ์สองพลังงาน (DEXA) และการตรวจวิเคราะห์ทางชีวเคมีเพื่อประเมินผลทางคลินิก และมีกลุ่มเปรียบเทียบด้วยยา หลังการรักษา อาการปวดกระดูกบรรเทาหรือหายไปก่อน ผลทางชีวเคมีดีขึ้นอย่างชัดเจน หลัง 6 เดือน ผลการวัดความหนาแน่นของกระดูกมีการเพิ่มขึ้นในระดับต่างๆ ความหนาแน่นของกระดูกที่กระดูกสันหลังช่วงที่ 2 ถึง 4 และส่วนบนของกระดูกต้นขาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
|