ยาอะหลีมีประวัติการใช้ในการแพทย์มาอย่างยาวนาน มักใช้รักษาอาการเช่น ภาวะโลหิตจาง ผิวซีด วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หงุดหงิดนอนไม่หลับ ลมชักภายใน ไอแห้ง ไอเรื้อรังและมีเลือดออก อาเจียนเลือด ปัสสาวะมีเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ประจำเดือนมากเกินไป หรือมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ เป็นต้น งานวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า ยาอะหลีมีประโยชน์ใหม่หลายประการ: โรคภาวะเลือดขาวต่ำ: การบริโภคยาอะหลีในปริมาณมาก สามารถรักษาภาวะเลือดขาวต่ำที่เกิดจากเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุอาจเป็นเพราะยาอะหลีในปริมาณมากมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเลือดขาว (PLT) ในเลือดส่วนปลายได้อย่างชัดเจน รวมถึงกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดการสร้างเลือดในไขกระดูก โดยเฉพาะเซลล์เมกะคาร์โคไซต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเลือดในไขกระดูก ภาวะโลหิตจางจากขาดเหล็ก: ใช้ยาอะหลีผสมกับเหล้าฮวงจิว ขนาด 50-100 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 60 วันเป็นหนึ่งคอร์ส ช่วยเพิ่มระดับฮีโมโกลบินได้อย่างชัดเจน ใช้ยาอะหลีผสมไข่แดงรักษาภาวะโลหิตจางจากขาดเหล็กก็มีผลเช่นกัน ใช้ยาอะหลีแบบฉีดเข้าทางปากรักษาภาวะโลหิตจางจากขาดเหล็กในเด็ก ก็ได้ผลดีเช่นกัน ภาวะเลือดออกหลายชนิด: เลือดออกจากการติดเชื้อวัณโรค ใช้ยาอะหลี 10 กรัม วันละ 1 ครั้ง ต้มละลายแล้วดื่ม ปัสสาวะมีเลือด ใช้ยาอะหลี 30 กรัม วันละ 1 ครั้ง ต้มละลายแล้วดื่ม ภาวะเลือดออกจากมดลูกที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน ใช้ยาอะหลี 15 กรัม ร่วมกับตังกุย ชวนเชียง ไบเซา และชงตี้ วันละ 6 กรัม ต่อวัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 7-10 วัน จะได้ผลดี โรคตุ่มพุพองที่ต่อมน้ำเหลืองคอ: ใช้ยาอะหลี 200 กรัม บดให้เป็นผง ฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต 15-20 หน่วยชีวภาพ ทำความสะอาดแผลหรือช่องทางที่เป็นแผล นำผงยาอะหลีมาทาที่แผลหรือใส่ลงในช่องทาง วันละ 1 ครั้ง หลังจาก 20 ครั้งจะเริ่มเห็นผล วิธีนี้ยังสามารถใช้รักษาช่องทางรั่วที่เต้านมได้ แผลที่ขาล่าง: ใช้แอลกอฮอล์แช่ยาอะหลี (ให้กลายเป็นเนื้อเยื่อแข็งตัว) นำมาทาที่แผลที่ขาล่าง ได้ผลดี ผงยาอะหลีที่แข็งตัววางบนแผล สามารถบำรุงและให้ความชุ่มชื้นแก่บริเวณที่บาดแผล ทำให้แผลเริ่มเติบโตของเนื้อเยื่อสดและผิวหนังใหม่ จนกระทั่งแผลหายได้
|