วิธีที่ 1 การทาภายนอก ขั้นตอน: ใช้ยาทาที่มีฤทธิ์หยุดเหงื่อและฆ่าเชื้อ เช่น ผงมิโตเซิน หรือสารละลายเนโอไมซิน ทาทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดปริมาณน้ำเหงื่อ จึงช่วยลดความเข้มข้นของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ข้อดี: ทำเองได้หรือซื้อมาใช้เองได้ ข้อเสีย: ช่วยบรรเทาได้เท่านั้น ประสิทธิภาพสั้น ต้องทาทุกวันอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับ: คนที่มีกลิ่นตัวไม่รุนแรง หรือคนที่มีวินัยและอดทน>>เริ่มต้นฤดูร้อนด้วยวิธีป้องกันกลิ่นตัว วิธีที่ 2 การใช้กลิ่นหอมปกปิด ขั้นตอน: ใช้น้ำหอมหรือผงหอมที่มีกลิ่นหอม ฉีดหรือโรยลงใต้แขน ข้อดี: ทำได้ง่าย สะดวก ข้อเสีย: แค่ปิดบังชั่วคราว อาจทำให้กลิ่นตัวผสมกับกลิ่นหอมแล้วกลิ่นแย่ลง เหมาะกับ: คนที่ต้องการความสะดวก หรือคนที่มีกลิ่นตัวเล็กน้อย >บอกลา กลิ่นตัว วิธีที่ 3 การฉีดยา ขั้นตอน: ฉีดแอลกอฮอล์ โบทูลินัม หรือยาสกัดจากยาแก้โรคที่มีเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณใต้แขน เพื่อทำให้ต่อมเหงื่อใหญ่หดตัว ยับยั้งการหลั่งน้ำเหงื่อ ข้อดี: สะดวกกว่าการผ่าตัด ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น หลังฉีดสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตปกติได้ทันที ข้อเสีย: ต้องฉีดอย่างน้อย 2 ครั้งจึงจะเห็นผลเต็มที่ ผู้ป่วยรุนแรงอาจต้องฉีดมากกว่านั้น ผลจะคงอยู่ประมาณ 1 ปี จึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เหมาะกับ: คนที่ไม่อยากผ่าตัด แต่ต้องการผลที่คงอยู่นาน >กลิ่นตัวกับการผ่าตัดศัลยกรรม วิธีที่ 4 การใช้เลเซอร์ ขั้นตอน: ใช้ลำแสงเลเซอร์กระตุ้นบริเวณใต้แขน ทำลายรูขุมขนและต่อมเหงื่อใหญ่ ตัดทางระบายน้ำเหงื่อ จึงกำจัดกลิ่นตัวใต้แขนได้ ข้อดี: สามารถกำจัดขนได้พร้อมกัน ข้อเสีย: อาจพลาดรูขุมขนบางส่วนหรือการทำลายลึกไม่พอ จึงต้องรักษาซ้ำหลายครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีขนใต้แขนหนาและกลิ่นตัวแรง เหมาะกับ: คนที่เคยผ่าตัดกำจัดกลิ่นตัวแล้วแต่ยังมีกลิ่น แต่ไม่รุนแรง >กินให้ได้กลิ่นหอมชวนหลงใหล วิธีที่ 5 การแช่แข็ง ขั้นตอน: แช่แข็งบริเวณเฉพาะจุดด้วยไนโตรเจนเหลวในอุณหภูมิต่ำ เพื่อทำลายต่อมเหงื่อใหญ่ ข้อดี: เป็นวิธีทางกายภาพในการกำจัดกลิ่นตัว ปลอดภัยกว่า ยังสามารถกำจัดเส้นเลือดเล็ก ๆ ติ่ง หรือจุดสีผิดปกติได้ ข้อเสีย: อาจทำให้ผิวปกติเสียหาย และอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ เหมาะกับ: คนที่กลัวการผ่าตัดหรือการฉีด ต้องการความปลอดภัยสูง และไม่ต้องการผลที่คงอยู่ยาวนานมากนัก<腋臭>
|